ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจอะไหล่เตือน รถสร้างรายได้วันละหมื่น อาจต้องจอดยาวเพราะค่าซ่อมหลักแสน หากยังใช้วิธี “รอพังก่อนค่อยซ่อม” พร้อมเปิดพฤติกรรมการใช้งานที่ทำให้อะไหล่เสื่อมเร็วกว่าปกติหลายเท่า
ในวันที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องเผชิญทั้งต้นทุนน้ำมัน ค่าแรง และการแข่งขันด้านราคา “ค่าซ่อมรถ” กำลังกลายเป็นต้นทุนเงียบที่หลายธุรกิจมองข้าม โดยเฉพาะรถกระบะบรรทุกซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากหลายคันยังถูกใช้งานหนัก บรรทุกเกินพิกัด และไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี จนความเสียหายเล็ก ๆ ลุกลามเป็นค่าซ่อมหลักแสน และทำให้รถต้องหยุดวิ่ง สูญเสียโอกาสสร้างรายได้โดยไม่รู้ตัว
ที่น่าสนใจคือ ความเสียหายจำนวนไม่น้อยไม่ได้เกิดจากอายุการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานการบรรทุกเกินพิกัด และการซ่อมบำรุงที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในรถกระบะเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ

“สิ่งที่น่าเสียดายคือ เจ้าของรถจำนวนมากไม่ได้เสียเงินเพราะอะไหล่แพง แต่เสียเงินเพราะปล่อยให้รถพังจนลุกลาม” วีรวัฒน์ มนัสภากร หรือ “เฮียวี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ห่อใหญ่ อะไหล่ยนต์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายอะไหล่ช่วงล่างรถกระบะแบรนด์ V Force กล่าว พร้อมอธิบายว่า จากประสบการณ์ทำงานกับผู้ประกอบการขนส่งและอู่ซ่อมทั่วประเทศ พบว่าความเสียหายส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากเจ้าของรถเข้าใจสาเหตุของการสึกหรอและวางแผนบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม

5 จุดเสี่ยงที่เจ้าของรถกระบะบรรทุกควรตรวจเช็กก่อน “รถหาเงิน” จะกลายเป็น “รถกินเงิน”
จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน ทำให้พบ 5 จุดเสี่ยงที่เจ้าของรถเชิงพาณิชย์ควรจับตา ก่อนบานปลายเป็นค่าซ่อมหลักแสน

33. ระบบคลัตช์และเกียร์ : ไม่ใช่ระยะทาง แต่คือ “พฤติกรรมการขับ”
รถขนส่งที่วิ่งวันละหลายร้อยกิโลเมตรมักมีปัญหาคลัตช์และเกียร์สึกหรอเร็วกว่ารถใช้งานทั่วไป แต่ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ระยะทางเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่พฤติกรรมการขับขี่ การเร่งเครื่องอย่างรุนแรง การเปลี่ยนเกียร์แบบกระชาก รวมถึงการบรรทุกหนักต่อเนื่อง ทำให้ชุดคลัตช์ ฟลายวีล และชุดเกียร์รับภาระสูงกว่าปกติ ส่งผลให้ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนเร็วกว่ารอบการใช้งานที่ควรเป็น

