ตลาดรถยนต์ไทยเดือนกันยายน 2569 เติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดขายรถยนต์รวม 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายสะสม 9 เดือนแรกอยู่ที่ 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35%
รถยนต์นั่งเติบโต ขณะที่ตลาดรถกระบะยังเผชิญแรงกดดัน
เดือนกันยายน 2569 รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์มียอดขาย 39,907 คัน เพิ่มขึ้น 25.80% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดขาย 16,404 คัน เติบโต 80.13% ส่วนรถยนต์ HEV มียอดขาย 14,113 คัน เพิ่มขึ้น 10.78% และ PHEV มียอดขาย 1,497 คัน เพิ่มขึ้น 137.24%
ในทางกลับกัน ตลาดรถกระบะยังคงได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยรถกระบะ 1 ตันมียอดขาย 5,003 คัน ลดลง 11.50% ส่วนรถกระบะดับเบิลแค็บมียอดขาย 5,106 คัน ลดลง 4.95% ขณะที่รถ PPV มียอดขาย 2,564 คัน ลดลง 19.65%

ยอดขายสะสม 9 เดือน รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตเกือบเท่าตัว
ตั้งแต่เดือนมกราคม–กันยายน 2569 ตลาดรถยนต์ไทยมียอดขายรวม 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รถยนต์นั่ง BEV มียอดขายสะสม 161,532 คัน เพิ่มขึ้น 98.56% ขณะที่ HEV มียอดขาย 116,431 คัน เพิ่มขึ้น 13.95% และ PHEV มียอดขาย 9,798 คัน เพิ่มขึ้น 45.28%
ส่วนรถกระบะ 1 ตันมียอดขายสะสม 47,552 คัน ลดลง 16.11% สะท้อนความท้าทายของตลาดรถกระบะที่ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ

ส่งออกรถยนต์เดือนกันยายนเพิ่ม 4.55% แต่ตลาดตะวันออกกลางยังน่าห่วง
เดือนกันยายน 2569 ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 89,972 คัน เพิ่มขึ้น 4.55% จากปีก่อน โดยตลาดเอเชียและออสเตรเลีย–โอเชียเนียเป็นตลาดส่งออกสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยอดส่งออกไปตลาดดังกล่าวลดลง 30.60% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้การส่งออกรถกระบะไปตะวันออกกลางในช่วง 9 เดือนแรกลดลง 33,118 คัน หรือ 37.73%
สำหรับยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปสะสม 9 เดือนแรกของปี อยู่ที่ 655,009 คัน ลดลง 4.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อุตสาหกรรมยังคงเป้าหมายการส่งออกรถยนต์ไว้ที่ 900,000 คัน

ส.อ.ท. เสนอรัฐเร่งช่วยตลาดรถกระบะ รักษาการผลิตและการจ้างงาน
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อรถกระบะในประเทศ เพื่อช่วยพยุงยอดขายและรักษาระดับการผลิต หลังการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สนับสนุนการจ้างงาน และผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลกต่อไป

