วันอังคาร, กันยายน 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกAuto Newsเปิดตัว EXOBOT ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงจาก CEER สะท้อนอัตลักษณ์และวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย

เปิดตัว EXOBOT ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงจาก CEER สะท้อนอัตลักษณ์และวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย

-

เจดดาห์, ซาอุดีอาระเบีย – CEER แบรนด์ยานยนต์สัญชาติซาอุดีอาระเบีย ภายใต้ความร่วมมือของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (PIF) ได้จัดงาน World Premiere เปิดตัว EXOBOT รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงอย่างเป็นทางการ ณ CEER Manufacturing Complex (CMC) เมือง King Abdullah Economic City (KAEC) โดยมี มกุฎราชกุมาร เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด เสด็จฯ เป็นประธานในพิธี

EXOBOT นับเป็นก้าวสำคัญของ CEER ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนารถยนต์ 7 รุ่นภายในปี 2030 ครอบคลุมทั้งตัวถังแบบ ซีดาน (Sedan) และ เอสยูวี (SUV) โดยผลิตขึ้นภายในโรงงาน CMC ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ดีไซน์ภายนอกและอากาศพลศาสตร์

ตัวรถได้รับการออกแบบโดยดึงแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศและสถาปัตยกรรมโบราณของซาอุดีอาระเบีย เช่น สถาปัตยกรรม Hegra ผสานเส้นสายแนวชีวกลศาสตร์ที่โฉบเฉี่ยว โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

  • มิติตัวถัง:

    • รุ่นซีดาน: ยาว 5.26 เมตร, กว้าง 2.1 เมตร, สูง 1.43 เมตร

    • รุ่นเอสยูวี: ยาว 5.02 เมตร, กว้าง 2.1 เมตร, สูง 1.69 เมตร

  • กระจกหน้าขนาดใหญ่พิเศษ: ความยาว 2.4 เมตร ทำมุมลาดเอียง 15 องศา พร้อมสารเคลือบสะท้อนแสงช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสาร

  • เอกลักษณ์เฉพาะตัว: แถบไฟ 32 แถบ สะท้อนปี ค.ศ. 1932 ที่ก่อตั้งราชอาณาจักร และล้ออะลูมิเนียมลายสามเหลี่ยมได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Al-Lahuj

  • ประตู Shahin Wing Doors: ประตูความยาวเกือบ 3 เมตร เปิดออกในลักษณะโค้ง 60 เซนติเมตร ได้แรงบันดาลใจจากการโผบินของเหยี่ยว Shahin

สมรรถนะและขุมพลัง

EXOBOT พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใช้มอเตอร์ 3 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบควบคุมการกระจายแรงบิด (Continuous Torque Vectoring) และช่วงล่างแอคทีฟ

  • รุ่นสเปกสูงสุด: ให้พละกำลังสูงสุด 1,111 แรงม้า แรงบิด 1,500 นิวตันเมตร

    • รุ่นซีดาน: อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 2.1 วินาที (ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.)

    • รุ่นเอสยูวี: อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 2.4 วินาที (ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.)

  • รุ่น First Edition (ลิมิเต็ดเอดิชัน): ขุมพลัง 850 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 112 kWh รองรับสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ ชาร์จไว 10-80% ภายใน 30 นาที ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 670 กิโลเมตรในรุ่นซีดาน และ 560 กิโลเมตรในรุ่นเอสยูวี

เทคโนโลยีและการจัดการสภาพอากาศร้อน

ตัวรถถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัดโดยเฉพาะ ด้วยระบบทำความเย็น Halo Cooling ซึ่งสามารถลดอุณหภูมิห้องโดยสารจาก 65 องศาเซลเซียส เหลือ 32 องศาเซลเซียส ได้ภายใน 10 นาที

ด้านเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วย:

  • หน้าจอ Digital Horizon Display: ความโค้งขนาด 48 นิ้ว ความละเอียด 8K ยาวตลอดแนวคอนโซล พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ Virtual Voice Assistant รองรับทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ

  • ระบบบังคับเลี้ยว Steer-by-Wire: ตัดแกนพวงมาลัยแบบดั้งเดิม ลดองศาการหมุนเหลือ 160 องศา พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังเพิ่มความคล่องตัว

  • ระบบเสียง SoundStage Audio: เปลี่ยนพื้นผิวห้องโดยสารเป็นตัวกำเนิดคลื่นเสียง 360 องศา พร้อมระบบกระจายกลิ่นหอมอัตโนมัติ 3 กลิ่น

  • ระบบความปลอดภัย: โครงสร้าง Space Frame อะลูมิเนียม ถุงลมนิรภัย 7 จุด และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Cell-to-Pack

การจัดจำหน่าย

EXOBOT จะเริ่มทำตลาดด้วยรุ่นพิเศษ EXOBOT First Edition ซึ่งผลิตจำนวนจำกัด ตกแต่งภายในด้วยหนัง Nappa สีดำ-แดง พร้อมหมายเลขประจำตัวรถตามหมายเลข VIN และมีสีตัวถังพิเศษให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Harrat Grey และสีขาว White Musk ก่อนจะตามด้วยรุ่น EXOBOT PLUS ในลำดับต่อไป

รับชมการเปิดตัว EXOBOT ได้ทาง YouTube Channel ของ CEER Motors และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://ceermotors.com/news/

 

หมายเหตุ:

[1] สถาปัตยกรรม Hegra หรือที่รู้จักกันในชื่อ Al-Hijr เลื่องชื่อในด้านสถาปัตยกรรมแบบแนบาเทียน (Nabataean) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือสุสานหินแกะสลักและด้านหน้าอาคารที่ประดับประดาอย่างงดงาม โดดเด่นด้วยองค์ประกอบการตกแต่งต่างๆ เช่น หัวเสาแบบขั้นบันได หน้าบันทรงสามเหลี่ยม และลวดลายเชิงสัญลักษณ์

[2] EXOBOT จะติดตั้งกระจกบังลมหน้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการผลิตมาสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

[3] Al-Lahuj เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมในภูมิภาคตอนกลางของประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะการทำช่องผนังรูปสามเหลี่ยมซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ การระบายอากาศ และการรับแสงธรรมชาติเป็นหลัก

[4] ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบและรับรองมาตรฐานยานยนต์ (Vehicle Homologation)

[5] ตัวเลขสมรรถนะดังกล่าวได้จากการวัดผลในสภาพแวดล้อมการทดสอบที่มีการควบคุม

[6] อ้างอิงภายใต้เงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน New European Driving Cycle (NEDC)

- Advertisment -

Must Read