
กรุงเทพฯ, 22 กันยายน 2569 – GWM (Thailand) ประกาศเดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและเป็นอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขาย โดยล่าสุด GWM ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่านแนวคิด “Built For Thai, Built On Trust” เพื่อยกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้ามามีบทบาทในระบบการผลิตมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคตและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน
ยกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศภายใต้แนวคิด “Built For Thai, Built On Trust”
ในฐานะบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) GWM เล็งเห็นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมสูงในการรองรับการผลิตยานยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อน (Multi-Powertrain) ด้วยระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ และศักยภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีประสบการณ์ยาวนาน
ตั้งแต่วันที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 20,000 ล้านบาท GWM ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากร ควบคู่ไปกับการแนะนำนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV), ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และเครื่องยนต์ดีเซล โดยมี โรงงาน GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นฐานการผลิตแบบครบวงจร รองรับการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนในสายการผลิตเดียวกัน และเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน
เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่อนาคต
ปัจจุบัน โรงงาน GWM Smart Factory มีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี และดำเนินงานโดยบุคลากรและพนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน โดยมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและทรัพยากรภายในประเทศไทย (Local Content) สูงถึง 45-52% (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ผลิต) GWM ได้ร่วมสร้างการเติบโตให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไทยผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากลมากกว่า 60 ราย พร้อมกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคและคุณภาพ ผ่านการว่าจ้างผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับสากล
ผนึกกำลัง BOI จัดงาน GWM Sourcing Day เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในไทย
เพื่อสานต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตามกลยุทธ์ Multi-Powertrain GWM จึงเตรียมเดินหน้าสำรวจโอกาสในการขยายการจัดซื้อชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศเข้ากับตลาดโลก

ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการจัดงาน “GWM Sourcing Day 2026” ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอมารี บางแสน ชลบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ โดยชิ้นส่วนหลักที่ GWM มุ่งเน้นจัดหาและร่วมพัฒนากับผู้ผลิตในประเทศครอบคลุม 10 กลุ่มสำคัญ ได้แก่:
-
ชิ้นส่วนตัวถังและงานเคลือบ (Body & Coating)
-
แชสซี (Chassis)
-
ระบบไฟฟ้า (Electricals)
-
ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV Components)
-
ชิ้นส่วนภายนอก (Exterior)
-
ชิ้นส่วนภายในและระบบ NVH (Interior & NVH)
-
แบตเตอรี่กำลังสูง (Power Battery)
-
ระบบส่งกำลัง (Powertrain)
-
ระบบจัดการความร้อนและระบบปรับอากาศ (Thermal & HVAC)
-
เครื่องมือและบริการที่เกี่ยวข้อง (Tooling & Services)
นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ GWM ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เรามองประเทศไทยเป็นมากกว่าตลาดที่มีศักยภาพ แต่เป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาวของ GWM ด้วยความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งระบบนิเวศการผลิต บุคลากรที่มีทักษะ และผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ GWM จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการผลิตในประเทศ การสร้างโอกาสให้บุคลากรไทย และการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการไทยในสายการผลิต รวมทั้งขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ที่ให้การสนับสนุนการลงทุนและการดำเนินธุรกิจของ GWM ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือเพื่อให้ GWM และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”
GWM ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงข้างประเทศไทยในระยะยาว พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมศักยภาพของพันธมิตรในประเทศให้เติบโตและก้าวทันเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยต่อไป

