
สแกนเนีย สยาม เปิดเผยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จของแบรนด์ในตลาดรถบรรทุกยุโรปของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการศึกษาความต้องการของผู้ประกอบการ การกำหนดสเปกรถให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะพนักงานขับรถ เพื่อให้รถสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสร้างความคุ้มค่าให้กับธุรกิจขนส่งในระยะยาว
คุณวีรพจน์ เอียดทองใส ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมก่อนการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยผลักดันให้สแกนเนียครองตำแหน่งแชมป์ยอดขายรถบรรทุกแบรนด์ยุโรปในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี คือการให้ความสำคัญกับการศึกษาลักษณะการใช้งานจริงและความต้องการของลูกค้าก่อนนำรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด
ทีมวิศวกรรมจะทำงานร่วมกับฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการและหน้างานขนส่ง เพื่อทำความเข้าใจข้อจำกัดและความต้องการในแต่ละธุรกิจ รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศไทย เช่น พิกัดน้ำหนักบรรทุกและข้อจำกัดด้านความสูง เพื่อให้รถที่นำเข้ามาจำหน่ายมีสเปกถูกต้องตามกฎหมายและสามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยฝ่ายวิศวกรรมทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างลูกค้าและฝ่ายขาย เพื่อกำหนดรายละเอียดของรถให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด
นอกจากสมรรถนะแล้ว สแกนเนียยังให้ความสำคัญกับแนวโน้มความต้องการของตลาดขนส่งไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ ทายาทธุรกิจ และพนักงานขับรถเจเนอเรชันใหม่ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และภาพลักษณ์ความพรีเมียมของรถยนต์มากขึ้น ซึ่งบางกรณีความประทับใจต่อดีไซน์ภายนอกและห้องโดยสารสามารถสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้ถึง 70-80% ตั้งแต่แรกเห็น อย่างไรก็ตาม สมรรถนะเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานควบคู่กัน

หนึ่งในจุดเด่นด้านวิศวกรรมของสแกนเนียคือระบบ Modular System ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบและพัฒนารถยนต์ด้วยการใช้ชิ้นส่วนวิศวกรรมมาตรฐานที่สามารถนำมาประกอบและผสมผสานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ทีมวิศวกรรมเลือกปรับรายละเอียดของรถให้เหมาะสมกับลักษณะงานของลูกค้า โดยสามารถปรับสเปกได้มากกว่า 50% ทั้งขนาดเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ อัตราทด และองค์ประกอบด้านวิศวกรรมอื่น ๆ
แนวทางดังกล่าวช่วยให้สแกนเนียสามารถนำเสนอรถบรรทุกที่มีความเหมาะสมกับภารกิจเฉพาะของผู้ประกอบการแต่ละราย โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์หรือสมรรถนะเกินความจำเป็น ซึ่งช่วยควบคุมต้นทุนการลงทุนและรักษาประสิทธิภาพการทำงานของรถให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ
ขณะเดียวกัน สแกนเนียยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานขับรถ โดยมองว่าอาชีพนักขับเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจขนส่ง ห้องโดยสารจึงได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้า ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และความเครียดจากการขับขี่เป็นระยะเวลานาน เพราะการมีรถที่ปลอดภัยและสะดวกสบายย่อมส่งผลต่อคุณภาพการทำงานของผู้ขับขี่ รวมถึงความปลอดภัยบนท้องถนนโดยรวม
สำหรับตลาดรถบรรทุกในประเทศไทย สแกนเนียมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถหัวเก๋งขนาดเล็กสำหรับงานระยะสั้นและงานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ เช่น รุ่น P 420 CP17L รถหัวเก๋งขนาดใหญ่พร้อมถังน้ำมันคู่ความจุรวม 835 ลิตร สำหรับการขนส่งระยะไกลและการเดินทางข้ามแดน เช่น รุ่น P 420 CP20H ไปจนถึงรถสำหรับงานบรรทุกหนัก เช่น รุ่น P 460 CP20H 6X4 ซึ่งรองรับการใช้งานในกลุ่มน้ำหนัก 70-80 ตันตามลักษณะการจัดชุดรถและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีรถสั่งผลิตพิเศษ (S-Order) สำหรับธุรกิจเฉพาะทาง เช่น รถหัวลากสำหรับงานหนักระดับ 200-250 ตัน รถดับเพลิงและรถป้องกันสาธารณภัย รวมถึงรถสำหรับงานขุดเจาะและภารกิจพิเศษอื่น ๆ
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณาลงทุนซื้อรถใหม่ ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมัน และการแข่งขันในธุรกิจขนส่ง คุณวีรพจน์แนะนำให้พิจารณาความคุ้มค่าที่เหมาะสมกับกำลังลงทุนและลักษณะงานเป็นอันดับแรก โดยสามารถเริ่มต้นจากรถรุ่นที่เข้าถึงได้ง่าย ทดลองใช้งานจริงเพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดให้ธุรกิจมีความมั่นคง ก่อนขยับไปสู่รุ่นที่มีอุปกรณ์และคุณสมบัติสูงขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสแกนเนียยึดหลัก 3 ถูก ได้แก่ ถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมาย ถูกใจในด้านรูปลักษณ์และความต้องการของลูกค้า และถูกงานด้วยสเปกที่เหมาะสมกับภารกิจขนส่งแต่ละประเภท

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของธุรกิจขนส่งคือทักษะของพนักงานขับรถ โดย คุณอำนาจ ทองทัย ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษาด้านการขับขี่ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า แม้รถบรรทุกจะได้รับการออกแบบและกำหนดสเปกมาอย่างเหมาะสมเพียงใด แต่ผู้ขับขี่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม (Total Operating Cost) โดยเฉพาะ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัย และอัตราการสึกหรอของรถยนต์
สแกนเนียจึงจัดหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานขับรถเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อพัฒนาจากผู้ที่ขับรถได้ให้กลายเป็นนักขับมืออาชีพที่สามารถใช้เทคโนโลยีและระบบต่าง ๆ ของรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาทิ ระบบเกียร์ Opticruise ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบป้องกันการลื่นไถล รวมถึงเทคนิคการควบคุมรถขณะขึ้นและลงทางลาดชัน
หลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วยภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริง โดยให้ความสำคัญมากกว่าการสอนใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถ แต่ยังครอบคลุมถึงการวางแผนเส้นทาง การบริหารความเร็ว และการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง
ตัวอย่างหนึ่งคือการวางแผนความเร็วให้เหมาะสมก่อนถึงสัญญาณไฟจราจร เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดรถโดยไม่จำเป็น เนื่องจากรถบรรทุกหนักระดับ 50 ตันที่ต้องหยุดสนิทและออกตัวใหม่ จะต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนเกียร์และใช้พลังงานมากขึ้น โดยข้อมูลจากการฝึกอบรมระบุว่าอาจใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ลิตรต่อการหยุดและออกตัวหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ ยังแนะนำการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบกับระยะทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนและบริหารต้นทุนการเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งแนวทางที่สแกนเนียให้ความสำคัญคือการปลูกฝังแนวคิดความเป็นเจ้าของรถให้แก่พนักงานขับรถ โดยตั้งคำถามว่า หากรถคันที่กำลังขับเป็นรถของตนเอง จะยังคงขับขี่ด้วยพฤติกรรมเช่นเดิมหรือไม่ เพื่อสร้างความตระหนักในการดูแลรักษารถ ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การขับปาดหน้า การขับแทรก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร รวมถึงการประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม
สำหรับผู้ที่ผ่านการอบรมและได้รับการรับรองจากสแกนเนีย ยังมีโอกาสนำทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการทำงาน ช่วยลดต้นทุนการเดินรถและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง โดยบริษัทมีการสร้างแรงจูงใจผ่านรางวัลสำหรับนักขับที่มีผลการประหยัดน้ำมันที่ดี ขณะเดียวกัน มาตรฐานการฝึกอบรมยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการนำเสนอศักยภาพด้านบุคลากรและมาตรฐานการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการยื่นข้อเสนอรับงานระดับสากล
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมยังสามารถนำไปใช้ประกอบการขอลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย
สแกนเนียมองว่า การพัฒนาธุรกิจรถบรรทุกไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ แต่ต้องครอบคลุมถึงการเลือกสเปกให้เหมาะสมกับการใช้งาน การพัฒนาบุคลากร และการบริหารต้นทุนตลอดกระบวนการขนส่ง เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้แก่ผู้ประกอบการและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมขนส่งไทย
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด โทร. 02-017-9200 หรือติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook: Scania Thailand Group

