
เกย์ดอน สหราชอาณาจักร, 2 กันยายน 2569 — Range Rover เปิดตัว Range Rover Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของตระกูล โดยใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามอเตอร์คู่ กำลังสูงสุด 550 PS แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร และระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 600 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP โดยรถเริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อแล้วในบางตลาด
Range Rover Electric ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวร 2 ตัว กำลังตัวละ 260 kW พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังสูงสุด 550 PS และแรงบิด 850 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ขณะที่ระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ประมาณ 600 กิโลเมตร และระยะทางขับขี่จริงสูงสุดที่บริษัทระบุอยู่ที่ 535 กิโลเมตร
แบตเตอรี่ 118.5 kWh รองรับระบบ 800 โวลต์
ระบบขับเคลื่อนใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบซ้อนสองชั้น ความจุใช้งาน 118.5 kWh ประกอบด้วยเซลล์ปริซึม 344 เซลล์ พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ และระบบชาร์จแบบแยกส่วน
การชาร์จด้วยเครื่องชาร์จเร็ว DC กำลังสูงสุด 350 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาประมาณ 22 นาที หรือเพิ่มระยะทางขับขี่ได้สูงสุดประมาณ 220 กิโลเมตรภายใน 10 นาที ตามมาตรฐาน WLTP
ตัวมอเตอร์ใช้สารกึ่งตัวนำซิลิคอนคาร์ไบด์ และมีการออกแบบระบบจัดการพลังงานและความร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน รวมถึงเทคโนโลยี ThermAssist ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ได้สูงสุด 40 กิโลเมตร และลดการใช้พลังงานสำหรับระบบทำความร้อนลง 40%

ระบบควบคุมการยึดเกาะทำงานภายใน 50 มิลลิวินาที
Range Rover Electric ติดตั้งระบบ Intelligent Driveline Dynamics (IDD) สำหรับบริหารแรงบิดระหว่างล้อ โดยสามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังตั้งแต่ 100% ถึง 0% ตามสภาพการขับขี่ ขณะที่ระบบ Integrated Traction Management (ITM) สามารถควบคุมความเร็วของมอเตอร์และจัดการการลื่นไถลภายในเวลา 50 มิลลิวินาที
ตัวรถยังติดตั้งโหมด Single Pedal ซึ่งช่วยควบคุมความเร็วและการชะลอรถด้วยแป้นคันเร่ง โดยบริษัทระบุว่าสามารถช่วยให้รถออกตัวบนทางลาดชันได้สูงสุด 33 องศา และไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 45 องศาเมื่อรถมีแรงส่ง
สำหรับการใช้งานแบบออฟโรด Range Rover Electric สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 900 มิลลิเมตร ขณะที่ระบบกันสะเทือนใช้ถุงลมแบบสองห้อง และจุดศูนย์ถ่วงของรถลดลงจากการติดตั้งชุดแบตเตอรี่ใต้พื้นรถ

ทดสอบกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร
ก่อนเริ่มการผลิต Range Rover Electric ผ่านการทดสอบทั้งในสภาพแวดล้อมจริงและการจำลองเสมือนจริง โดยมีระยะทางทดสอบรวมมากกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร และใช้เวลาทดสอบในระบบเสมือนจริงและโลกจริงมากกว่า 250,000 ชั่วโมง
การทดสอบครอบคลุมสภาพอากาศและภูมิประเทศหลากหลาย ตั้งแต่อุณหภูมิประมาณ -40 องศาเซลเซียสในสวีเดน ไปจนถึงสภาพอากาศร้อนในทะเลทรายดูไบ รวมถึงสนามทดสอบ Eastnor Castle ของ JLR ในสหราชอาณาจักร
บริษัทระบุว่ามีการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ Range Rover Electric มากกว่า 300 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ และระบบจัดการความร้อน
ด้านการตรวจสอบแบตเตอรี่ JLR ระบุว่าได้ทดสอบชุดแบตเตอรี่ในห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ภายใต้อุณหภูมิระหว่าง -40 ถึง +90 องศาเซลเซียส รวมถึงการทดสอบแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกหลายรูปแบบ
Range Rover Electric ยังมาพร้อมระบบ Battery Digital Twin ซึ่งรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และตรวจสอบแบตเตอรี่มากกว่า 900 จุดข้อมูล และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air โดยระบบขับเคลื่อนมีการรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ตามเงื่อนไขของบริษัท
ผลิตที่โรงงานโซลิฮัลล์ ประเทศอังกฤษ
Range Rover Electric ผลิตที่โรงงานในเมืองโซลิฮัลล์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นฐานการผลิต Range Rover มาตั้งแต่ปี 1970 โดย JLR ได้ปรับปรุงสายการผลิตเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า
ในส่วนของระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ JLR ใช้โรงงาน Electric Propulsion Manufacturing Centre ในเมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งผลิตทั้งชุดแบตเตอรี่ ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาปภายใน
เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว
Range Rover Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว โดยมีตัวถังให้เลือกทั้งฐานล้อมาตรฐานและฐานล้อยาว และมีรุ่น Autobiography รวมถึง SV, SV Ultra และ SV Black นอกจากนี้ยังมีรุ่น First Edition ซึ่งมีตัวเลือกสีตัวถัง Belgravia Green, Santorini Black และ Varesine Blue
สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Land Rover อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เตรียมนำ Range Rover Electric เข้ามาทำตลาด โดยรายละเอียดรุ่นย่อยและราคาจำหน่ายในไทยจะประกาศในภายหลัง ขณะที่บริษัทคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถในช่วงต้นปี 2027

