
กรุงเทพฯ – 12 ตุลาคม 2569 บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เดินหน้าต่อยอดตำนาน “เชลล์ชวนชิม” สัญลักษณ์ความอร่อยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 65 ปี ด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่ผ่าน www.ShellShuanShim.com และ www.เชลล์ชวนชิม.com เพื่อเพิ่มความสะดวกในการค้นหาร้านอาหารที่ได้รับการรับรองจากเชลล์ชวนชิมกว่า 2,300 ร้านทั่วประเทศ พร้อมขยายประสบการณ์ความอร่อยผ่านเมนูและผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรเข้าสู่ร้านเชลล์ คาเฟ่ (Shell Café)
การพัฒนาแพลตฟอร์มครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล โดยนอกจากช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาร้านอาหารได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงเรื่องราวของร้านอาหาร ผู้ประกอบการ และวัฒนธรรมการกินในแต่ละท้องถิ่น ควบคู่กับการนำสินค้าและเมนูที่ผ่านการคัดสรรมาต่อยอดสู่ช่องทางจำหน่ายภายในสถานีบริการน้ำมันเชลล์
โครงการเชลล์ชวนชิมเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2504 จากความร่วมมือระหว่างบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และคุณ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อแนะนำร้านอาหารรสชาติดีจากทั่วประเทศ ภายใต้หลักการคัดเลือกจากคุณภาพและรสชาติที่แท้จริง โดยไม่มีการรับผลประโยชน์ตอบแทนจากร้านอาหาร
จากจุดเริ่มต้นในรูปแบบคอลัมน์แนะนำร้านอาหาร เชลล์ชวนชิมได้พัฒนาสู่สัญลักษณ์ชามลายครามที่ผู้บริโภคคุ้นเคย และสืบทอดบทบาทการคัดสรรร้านอาหารโดยคุณ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินของไทยที่ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 65 ปี
แม้พฤติกรรมการค้นหาร้านอาหารจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่เชลล์ชวนชิมยังคงยึดหลักการคัดสรรจากความอร่อยเป็นสำคัญ พร้อมปรับรูปแบบการนำเสนอให้เข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล

คุณอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในวาระที่เชลล์ก้าวสู่ปีที่ 135 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทมีความภูมิใจที่เชลล์ชวนชิมยังคงเป็นสัญลักษณ์ด้านความอร่อยที่ได้รับความเชื่อถือจากคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง
การเปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่สะท้อนความมุ่งมั่นในการต่อยอดมรดกอันทรงคุณค่านี้ให้เข้ากับประสบการณ์ดิจิทัลที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน พร้อมเชื่อมโยงความอร่อยจากร้านอาหารทั่วประเทศเข้ากับผู้บริโภคได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
เว็บไซต์ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาร้านอาหารที่ได้รับการรับรองกว่า 2,300 ร้านทั่วประเทศ และทำความรู้จักเรื่องราวของร้านอาหารและผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเดินทางและค้นหาร้านอร่อยตามจุดหมายต่าง ๆ
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถติดตามคอนเทนต์และเรื่องราวเกี่ยวกับร้านอาหารและผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเชลล์ชวนชิม ได้แก่ TikTok, Facebook, YouTube และ Instagram เพื่อค้นพบร้านอาหารและเมนูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
คุณอรอุทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า เชลล์ยังนำเมนูและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการและชุมชนไทยที่ผ่านการคัดสรรจากเชลล์ชวนชิมมาต่อยอดสู่ Shell Café เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและความอร่อยจากท้องถิ่นระหว่างการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพันธกิจ Powering Progress ของเชลล์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้บริโภค คู่ค้า ชุมชน และสังคมไทย
คุณ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 65 ปี เชลล์ชวนชิมยึดมั่นในการคัดสรรร้านอาหารจากคุณภาพและรสชาติ เพื่อแนะนำร้านอร่อยจากทั่วประเทศให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยร้านอาหารหลายแห่งไม่ได้มีเพียงเมนูที่โดดเด่น แต่ยังสะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นด้วย
เว็บไซต์โฉมใหม่จึงเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาร้านอาหารที่ได้รับการรับรองจากเชลล์ชวนชิมได้สะดวกขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นพบร้านอาหารขนาดเล็กและเมนูพื้นถิ่นที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
การนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และส่งต่อมรดกอาหารไทยให้คงอยู่ต่อไป
นอกจากการพัฒนาเว็บไซต์ เชลล์ยังต่อยอดความอร่อยที่ผ่านการคัดสรรจากเชลล์ชวนชิมสู่ Shell Café ผ่านเมนูและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองรวม 7 รายการ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ลูกค้าระหว่างการเดินทาง พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้าจากชุมชนไทยเข้ากับช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
ตัวอย่างสินค้าและเมนูที่ร่วมจำหน่าย ได้แก่
- หมูปิ้งและไก่ปิ้งสูตรเชลล์ชวนชิม
- เมนูไข่ออมเล็ตและข้าวต้มมัดจากเศรษฐชล
- กล้วยตากและกล้วยม้วนแม่โสม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP จากชุมชนไทย
การนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าสู่ Shell Café เป็นการต่อยอดจากการแนะนำร้านอาหารสู่การสร้างช่องทางให้ผู้บริโภคสัมผัสความอร่อยที่ผ่านการคัดสรรได้ระหว่างเดินทาง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น
ผู้สนใจสามารถค้นหาร้านอาหารที่ได้รับการรับรองจากเชลล์ชวนชิมกว่า 2,300 ร้านทั่วประเทศ ติดตามเรื่องราวอาหารจากท้องถิ่น และตรวจสอบเมนูที่ได้รับการรับรองใน Shell Café ได้ที่ www.ShellShuanShim.com หรือ www.เชลล์ชวนชิม.com

