
ในช่วงที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งมาพร้อมความเสี่ยงจากน้ำท่วมขังและถนนเปียกลื่น ควบคู่ไปกับความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รู้ใจ (Roojai) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ ได้เผยอินไซต์สำคัญจากการให้บริการสินไหม พร้อมแนะแนวทางดูแลรักษาแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ EV มั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้นตลอดฤดูฝนนี้
ความเสี่ยงและข้อควรระวังสำหรับรถ EV ในช่วงหน้าฝน
แม้รถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่จะได้รับการออกแบบด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล สามารถป้องกันน้ำและความชื้นได้ดี แต่เหตุการณ์น้ำท่วมขังรุนแรงหรืออุบัติเหตุจากการลื่นไถล ยังคงอาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตัวรถ
ความเสียหายเหล่านี้ อาจไม่แสดงอาการผิดปกติให้เห็นจากภายนอกทันที รู้ใจจึงแนะนำให้เจ้าของรถ EV นำรถเข้ารับการตรวจสอบเชิงลึกจากศูนย์บริการหรือช่างผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง หากรถต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมหนักหรือได้รับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและการป้องกันความเสียหายระยะยาว
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
จากข้อมูลสถิติด้านสินไหมของรู้ใจ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉลี่ยสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ประมาณ 40% ในกรณีที่มีความเสียหายใกล้เคียงกัน เนื่องจากตัวรถมีแบตเตอรี่มูลค่าสูง มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน และจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทางรวมถึงช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม คุณกุมภาพรรณ คำแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมทดแทน กลุ่มบริษัทรู้ใจ เผยว่า หลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าหากแบตเตอรี่เสียหายจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดเสมอ แต่ในความเป็นจริง หลายกรณีสามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ได้รับผลกระทบได้ตามมาตรฐานของผู้ผลิต ทางรู้ใจจึงให้ความสำคัญกับการประเมินความเสียหายอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวทางของ คปภ. เพื่อเลือกแนวทางที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้า
เคล็ดลับดูแลรถยนต์ไฟฟ้าให้พร้อมรับมือหน้าฝน
-
หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมสูง: เลี่ยงการขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือน้ำไหลเชี่ยว
-
ตรวจเช็กหลังเผชิญเหตุ: นำรถเข้ารับการตรวจสภาพจากผู้เชี่ยวชาญทันทีหากผ่านน้ำท่วมรุนแรงหรือเกิดอุบัติเหตุ
-
สังเกตไฟเตือน: หมั่นตรวจสอบระบบการทำงานและไฟเตือนความผิดปกติของแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ
-
ชาร์จแบตเตอรี่อย่างเหมาะสม: สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายแนะนำให้ ชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ประมาณ 80% เพื่อช่วยรักษาสภาพความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ (State of Health: SOH) และยืดอายุการใช้งานในระยะยาว
-
เลือกศูนย์บริการเฉพาะทาง: เข้ารับบริการกับศูนย์ซ่อมหรือช่างเทคนิคที่มีความรู้ความชำนาญด้าน EV โดยเฉพาะ
-
ตรวจสอบความคุ้มครองประกันภัย: เช็กกรมธรรม์ให้มั่นใจว่าให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง เพื่อความอุ่นใจตลอดการเดินทางในฤดูฝน

