
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เผยผลการศึกษาการจัดทำแผนส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าในหน่วยงานราชการ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ไฟฟ้าของส่วนราชการ
การศึกษาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า และจัดทำระบบข้อมูลสำหรับติดตามการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของหน่วยงานราชการ
สนพ. ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง ขณะที่หน่วยงานภาครัฐมีบทบาทในการนำนโยบายด้านยานยนต์ไฟฟ้าไปสู่การปฏิบัติ โดยก่อนหน้านี้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาใช้ทดแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุการใช้งานหรือรถที่ต้องจัดหาใหม่
อย่างไรก็ตาม สนพ. พบว่าการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในหน่วยงานราชการยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการตั้งคำของบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนการเบิกจ่ายค่าอัดประจุไฟฟ้า นอกจากนี้ ข้อมูลการใช้ยานพาหนะของหน่วยงานราชการยังไม่ได้ถูกรวบรวมในระบบเดียวกันอย่างเป็นระบบ
รถราชการกว่า 180,000 คัน แต่ BEV มีเพียง 1%
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกและกรมบัญชีกลางที่นำมาใช้ในการศึกษาระบุว่า หน่วยงานราชการมีการใช้ยานยนต์ทุกประเภท ทั้งในรูปแบบการจัดซื้อและการเช่า ตั้งแต่ปี 2549-2569 รวมมากกว่า 180,000 คัน
ในจำนวนดังกล่าว รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV มีสัดส่วนประมาณ 1% สะท้อนว่ายานยนต์ไฟฟ้ายังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนยานพาหนะทั้งหมดของหน่วยงานราชการ
สนพ. จึงเสนอให้มีการจัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนรถยนต์ของหน่วยงานภาครัฐไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากความเหมาะสมของประเภทการใช้งาน งบประมาณ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

เสนอปรับบัญชีราคามาตรฐานและหลักเกณฑ์จัดซื้อ
หนึ่งในข้อเสนอจากผลการศึกษาคือ การปรับปรุงมาตรฐานบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ และบัญชีอัตราค่าเช่ารถยนต์ที่ใช้ในราชการ ให้ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดซื้อหรือเช่ารถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ยังเสนอให้จัดทำมาตรฐานและแนวทางการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย รวมถึงกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาสถานีอัดประจุในหน่วยงานราชการให้มีความชัดเจน
การเปลี่ยนรถราชการเป็น EV เชื่อมโยงเป้าหมายลดการใช้ฟอสซิล
สนพ. ระบุว่า การเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานภาครัฐมีผลต่อการใช้พลังงานในภาคขนส่ง โดยสามารถช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้งานรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน
ขณะเดียวกัน การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว รวมถึงเป้าหมาย Net Zero Emission ของประเทศไทยในปี 2050

