
กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2569 – บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” (All-New Mitsubishi Pajero) รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเจเนอเรชันล่าสุดของปาเจโร โดยเปิดตัวครั้งแรกในโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงของแบรนด์
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย โดยประเทศไทยจะเป็นตลาดแรกที่เริ่มเปิดตัวและจำหน่าย ก่อนขยายไปยังญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมีแผนทำตลาดในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ครอบคลุมตลาดอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ในบางประเทศจะทำตลาดภายใต้ชื่อ “Montero”
มิตซูบิชิ ปาเจโร เริ่มทำตลาดครั้งแรกในปี 2525 และผลิตต่อเนื่องรวม 4 เจเนอเรชัน โดยมียอดการผลิตรวมมากกว่า 3.29 ล้านคัน และทำตลาดในกว่า 170 ประเทศ ก่อนยุติการผลิตรุ่นเดิมในปี 2564
สำหรับออล-นิว ปาเจโร ยังคงใช้แนวทางการพัฒนารถยนต์ที่เน้นสมรรถนะบนเส้นทางออฟโรด ควบคู่กับการใช้งานบนถนนทั่วไป โดยติดตั้งโครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) และระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC)
เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
ด้านระบบส่งกำลัง ออล-นิว ปาเจโร ใช้เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมดสปอร์ต
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II รองรับการเลือกโหมดการขับเคลื่อน 4 รูปแบบ ได้แก่
- 2H ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
- 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์
- 4HLc ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง
- 4LLc ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ
ขณะที่ระบบ S-AWC ทำงานร่วมกับ Active Yaw Control (AYC), Active Stability and Traction Control (ASTC) และระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) เพื่อควบคุมแรงขับและแรงเบรกของล้อทั้ง 4 ตามสภาพการขับขี่
นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock เพื่อรองรับการใช้งานบนพื้นผิวที่แตกต่างกัน
Ladder Frame และช่วงล่างสำหรับงานออฟโรด
ออล-นิว ปาเจโร ใช้โครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ขณะที่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น และด้านหลังใช้แบบคานแข็ง 5-Link
ตัวรถมีความยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร สูง 1,910 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,870 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้าและหลัง 1,630 มิลลิเมตร และมีระยะต่ำสุดจากพื้น 230 มิลลิเมตร
ส่วนมุมไต่มีค่า 30.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลสำหรับรถที่ติดตั้งยางขนาด 20 นิ้ว

ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง
ภายในห้องโดยสารออกแบบเป็น 3 แถว รองรับผู้โดยสาร 7 คน โดยติดตั้งหน้าจอแบบ Monolithic Display เชื่อมต่อหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 14.3 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Multi Meter สำหรับแสดงข้อมูล เช่น ระดับความสูง ทิศทาง อุณหภูมิ ระดับความชันและความเอียง รวมถึงสถานะการทำงานของระบบ AYC
เบาะนั่งแถวที่สองสามารถเลื่อนได้ 150 มิลลิเมตร และมีระบบพับเบาะเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกแถวที่สาม ขณะที่ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ 3 โซน และมีระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งในตำแหน่งที่กำหนด
ด้านการลดเสียงรบกวน มีการติดตั้งกระจก Acoustic Glass ที่กระจกประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงวัสดุซับเสียงบริเวณโครงสร้างตัวถัง
ระบบเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ประกอบด้วยลำโพง 12 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด พร้อมระบบปรับเสียงตามความเร็วของรถ
ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่
ออล-นิว ปาเจโร ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ โดยมีระบบ Forward Collision Mitigation (FCM), Predictive Forward Collision Warning (PFCW), Emergency Assist for Pedal Misapplication (EAPM), Emergency Lane Assist (ELA) และ Front Cross Traffic Alert (FCTA)
นอกจากนี้ยังมีระบบ MI-PILOT ซึ่งทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control (ACC) และ Lane Keep Assist (LKA) เพื่อช่วยควบคุมความเร็วและรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ภายในช่องทางจราจรระหว่างการเดินทางบนทางหลวง
ระบบความปลอดภัยยังประกอบด้วยถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้า
อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานบนเส้นทางออฟโรดคือกล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ ซึ่งรวมภาพจากกล้อง 4 ตัวรอบรถ พร้อมฟังก์ชันแสดงภาพบริเวณใต้ท้องรถด้านหน้า เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นพื้นผิวและสิ่งกีดขวางในพื้นที่ที่มุมมองจากตำแหน่งผู้ขับขี่เข้าถึงได้ยาก
MITSUBISHI CONNECT รองรับการเชื่อมต่อระยะไกล
ระบบ MITSUBISHI CONNECT รองรับการตรวจสอบสถานะรถและควบคุมระบบปรับอากาศจากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงฟังก์ชัน SOS Call สำหรับติดต่อศูนย์ปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้านการเชื่อมต่อระบบความบันเทิง รองรับระบบ Smartphone-link Display Audio และการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนแบบไร้สายสำหรับการใช้งานแผนที่นำทางและแอปพลิเคชันที่รองรับ
มร. เคสุเกะ คิชิอุระ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวของบริษัท และจะทำหน้าที่เป็นรุ่นเรือธงของตระกูลปาเจโร รวมถึงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จะทยอยเปิดตัวในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบุว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร จะเริ่มทำตลาดในประเทศไทยเป็นประเทศแรก ก่อนขยายไปยังญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 ส่วนรายละเอียดด้านราคา รุ่นย่อย และอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับตลาดประเทศไทย จะมีการประกาศเพิ่มเติมตามกำหนดการเปิดตัวในประเทศ

