วันจันทร์, ตุลาคม 5, 2026
spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกAuto Newsฟอร์ด เปิดตัว Ranger Super Duty ซิงเกิ้ลแค็บแชสซี เจาะกลุ่มรถฟลีตดัดแปลงใช้งานหนัก เคาะราคา 1.464 ล้านบาท

ฟอร์ด เปิดตัว Ranger Super Duty ซิงเกิ้ลแค็บแชสซี เจาะกลุ่มรถฟลีตดัดแปลงใช้งานหนัก เคาะราคา 1.464 ล้านบาท

-

กรุงเทพฯ – ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศเดินหน้าเสริมทัพรถกระบะสายแกร่งเปิดจำหน่าย ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี (Ford Ranger Super Duty Single Cab Chassis) อย่างเป็นทางการ ในราคา 1,464,000 บาท โดยพร้อมเริ่มส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังจากเปิดตัวรุ่นดับเบิ้ลแค็บไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

การนำเสนอเรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าฟลีต ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการรถกระบะสมรรถนะสูงที่มีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ตัวรถถูกออกแบบมาให้รองรับการดัดแปลงเป็นรถใช้งานเฉพาะทางได้ทันทีตั้งแต่ออกจากโรงงาน เช่น รถกู้ภัย รถพยาบาล รถบริการภาคสนาม รถขนส่งอุปกรณ์ หรือรถสำหรับธุรกิจที่ต้องรับภาระการบรรทุกและลากจูงสูง

คุณรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี เป็นอีกหนึ่งคำตอบสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถกระบะเพื่อการทำงานอย่างแท้จริง ทั้งในด้านโครงสร้าง สมรรถนะ และความพร้อมสำหรับการดัดแปลง เรามองเห็นความต้องการของลูกค้าฟลีตและผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหารถที่มากกว่าการขนส่ง แต่ต้องเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ ใช้งานหนักได้ และปรับให้เหมาะกับภารกิจของแต่ละองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

จุดเด่นและสมรรถนะสำคัญของ Ford Ranger Super Duty ซิงเกิ้ลแค็บแชสซี:

  • โครงสร้างพร้อมดัดแปลง: พื้นที่ด้านหลังออกแบบมาเพื่อเป็นฐานสำหรับติดตั้งตัวถังและอุปกรณ์เฉพาะทาง รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 2,060 กิโลกรัม พร้อมระยะฐานล้อ 3,270 มิลลิเมตร

  • ช่วงล่างและระบบไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์: ใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนเฮฟวี่ดิวตี้ (Heavy Duty Leaf Springs) และอัปเกรดไดชาร์จเป็นขนาดใหญ่พิเศษ 250 Ah เพื่อให้เพียงพอต่อการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลังสูงในรถดัดแปลง

  • ขุมพลัง V6: ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี6 ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแบบ e-Shifter

  • ศักยภาพการลากจูง: รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม* และรองรับน้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม

  • ระบบขับเคลื่อน: มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) โหมดการขับขี่ 7 โหมด ดิฟล็อกไฟฟ้าหน้า-หลัง และถังน้ำมันขนาดความจุ 130 ลิตร เพื่อตอบโจทย์ภารกิจระยะไกล

  • ดีไซน์ภายนอกสายลุย: กันชนหน้าเหล็กดีไซน์พิเศษ, ตะขอลากจูงแบบ Heavy Duty หน้า-หลัง, แผ่นเหล็กกันกระแทกใต้ท้องรถชนิดหนาพิเศษ, ล้อเหล็กขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง All Terrain LT และดุมล้อแบบน็อต 8 ตัวสำหรับงานหนักโดยเฉพาะ

  • เทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร: หน้าจอสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ SYNC® 4A พร้อมรองรับการใช้งาน Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™

ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.ford.co.th รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook, YouTube, TikTok, LINE @FordThailand และ Call Center โทร. 1383 (สำหรับกรุงเทพฯ) หรือโทรฟรี 1-800-225-449 (สำหรับต่างจังหวัด)

หมายเหตุ: *ความสามารถในการลากจูงสูงสุดของรถคำนวณจากการใช้ระบบลากพ่วงแท้จากฟอร์ดและติดตั้งระบบเบรกแล้ว (ไม่รวมหัวบอลลากพ่วงที่จำหน่ายแยกต่างหาก) น้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลากจูงรวมอาจถูกจำกัดเพื่อเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด น้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM) คือน้ำหนักรวมสูงสุดของรถ น้ำหนักบรรทุก และหัวลากจูง แต่ไม่รวมน้ำหนักรถพ่วง ส่วนน้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) คือน้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตของรถยนต์และรถพ่วงรวมกัน น้ำหนักที่ระบุเป็นค่าประมาณ ผู้ใช้งานควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังบรรทุก เพื่อให้มั่นใจว่า GVM, GCM และพิกัดน้ำหนักเพลาสูงสุด อยู่ภายใต้ขีดจำกัดที่กำหนด

- Advertisment -

Must Read