โรยัล เอ็นฟิลด์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีก 2 แห่ง

0
99

  • ด้วยเครือข่ายอันกว้างขวางของ Royal Enfield ประเทศไทย ขณะนี้มี Showroom กว่า 33 แห่งทั่วประเทศ
  • ด้วยการเปิดตัวสาขาใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Royal Enfield ในการให้บริการลูกค้าอย่างทั่วถึงทุกแห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นการสะท้อนถึงความทุ่มเทในการดูแลและให้บริการแก่ลูกค้าสาวก Royal Enfield อย่างใกล้ชิด
  • ด้วยสาขาใหม่ล่าสุดของเรานี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการให้บริการที่สะดวกสบายสำหรับลูกค้าชาวไทย โดยมีผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ Royal Enfield ให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีอะไหล่แท้ อุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมไปถึงบริการซ่อมบำรุง ทำให้ Royal Enfield สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร

9 เมษายน 2567, กรุงเทพ: Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางระดับโลก (250 ซีซี – 750 ซีซี) ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์การขับขี่ให้แก่บรรดาสาวกรถมอเตอร์ไซค์ทั่วทุกมุมโลก และสำหรับ Royal Enfield ประเทศไทย ได้ตอกย้ำความแข็งแกร่ง โดยเปิดตัวอีกสองสาขาใหม่ในประเทศไทย ณ จังหวัดสระบุรี และเชียงราย ในวันที่ 23 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

Royal Enfield นับเป็นสัญลักษณ์ความคลาสสิค และได้ส่งต่อความภาคภูมิใจในวงการรถจักรยานยนต์มายาวนานกว่า 123  ปี ขยายฐานการให้บริการในประเทศไทยด้วยการเปิดตัวสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง สาขาเหล่านี้ไม่เพียงแค่เป็นพื้นที่จำหน่ายรถจักรยานยนตร์เท่านั้น แต่ยังนับเป็นสถานที่จุดประกายให้คนรักรถได้สัมผัสเสน่ห์เฉพาะตัวของ Royal Enfield อีกด้วย

โรยัล เอ็นฟีลด์ สระบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 591/18 ถนนพหลโยธิน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี 18000 เสริมเครือข่ายในภาคกลาง ส่วน โรยัล เอ็นฟีลด์ เชียงราย ตั้งอยู่เลขที่ 307/2 ถนนพหลโยธิน ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100 เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของโซนภาคเหนือ สามารถตอบสนองความต้องการการเข้าถึงแบรนด์ได้เพิ่มขึ้นสำหรับลูกค้าทั้งสองพื้นที่

การเปิดสาขาใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นอันยาวนานของ Royal Enfield ในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Royal Enfield ให้แก่ลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถขอทดลองรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆ รวมถึงเลือกซื้อแฟชัน เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์เสริมได้ไม่จำกัด ทุกชิ้นได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณของการขับขี่ หรือ  ‘Pure Motorcycling’ อย่างแท้จริง

คุณ อนุจ ดัว หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ โรยัล เอ็นฟีลด์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (Head of Business, Royal Enfield-APAC) กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ว่า “Royal Enfield มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางระดับโลก ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้ ถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้การเติบโตของเราขยายเข้าสู่กลุ่มลูกค้าและผู้ที่รักในแบรนด์ของเราได้ชัดเจนมากขึ้น นี่ถือเป็นความตั้งใจ และเป็นพันธกิจสูงสุดของเรา โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้รถโรยัล เอ็นฟิลด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราสัมผัสได้ถึงความหลงใหลในจิตวิญญาณ ‘Pure Motorcycling’ ของพวกคุณ”

“ด้วยจำนวนเจ้าของรถโรยัล เอ็นฟิลด์กว่า 20,000 คน และชุมชนผู้ใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เราตื่นเต้นที่จะประกาศการเปิดสาขาใหม่ทุกครั้ง ณ สาขาเหล่านี้ คนรักรถมอเตอร์ไซค์จะได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์และสัมผัสกับผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่นของ โรยัล เอ็นฟิลด์ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ทุกรสนิยมของสาวกรถมอเตอร์ไซค์ในระดับราคาที่เข้าถึงได้”

ด้วยการเปิดตัว 2 สาขาในครั้งนี้ โรยัล เอ็นฟิลด์ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร พร้อมส่งเสริมการเติบโตของชุมชนสาวกรถมอเตอร์ไซค์ทั่วประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับโรยัล เอ็นฟีลด์:

Royal Enfield แบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีสายการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ได้สร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่สง่างามมีเอกลักษณ์มาตั้งแต่ปี 1901 จากต้นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ได้ส่งต่อศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์อันล้ำค่ามาสู่โรงงานผลิตในเมือง Madras เมื่อปี 1955 นับเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ Royal Enfield สร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมรถสองล้อขนาดกลางในประเทศอินเดีย สเน่ห์และความน่าสนใจของ Royal Enfield คือความมีเอกลักษณ์ ไม่ซับซ้อน เข้าถึงได้ พร้อมมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานในการขับขี่ นับเป็นยานพาหนะที่เหมาะในการสำรวจเปิดโลก และแสดงออกถึงบุคลิกที่มีเอกลักษณ์ของผู้ขับ ซึ่งเป็นแนวทางที่แบรนด์เรียกว่า Pure Motorcycling

กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมของ Royal Enfield ได้แก่ Meteor 350, Interceptor 650, Continental GT 650 รวมถึงมอเตอร์ไซค์แนวผจญภัย The All-New Himalayan, Bullet 350 รวมถึง Classic 350 ซึ่งกลุ่มนักขับขี่ผู้หลงใหลในเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์และการตกแต่ง สามารถร่วมกิจกรรมต่างๆ มากมายได้ตลอดทั้งปี ที่มีทั้งในประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ Motoverse หรือที่รู้จักในนาม Rider Mania ซึ่งเป็นการรวมตัวประจำปีของผู้ที่ชื่นชอบ Royal Enfield หลากหลายพันคน จัดขึ้นที่รัฐโกอา ประเทศอินเดีย และยังมีงาน Himalayan Odyssey ซึ่งเป็นการเดินทางประจำปีบนภูมิประเทศที่ท้าทายที่สุด ผ่านภูเขาที่สูงที่สุด และสามารถสร้างความประทับใจได้มากที่สุดเช่นกัน

Royal Enfield คือหนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ Eicher Motors Limited ดำเนินธุรกิจผ่านตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,033 แห่ง ทั่วเมืองใหญ่ในอินเดีย รวมถึงมีการส่งออกไปสู่ 1,038 สโตร์ในอีกกว่า 60 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ Royal Enfield ยังมีศูนย์ดูแลเชิงเทคนิคระดับโลกสองแห่งในเมือง Bruntingthorpe สหราชอาณาจักร และในเมือง Chennai ประเทศอินเดีย โดยโรงงานผลิตที่ทันสมัยทั้งสองแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ Oragadam และ Vallam Vadagal ใกล้กับเมือง Chennai ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ Royal Enfield ยังมีโรงงานประกอบ CKD อันทันสมัย 3 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ประเทศไทย อาร์เจนตินา และโคลัมเบีย และด้วยอัตรา CAGR เติบโตมากกว่า 37% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Royal Enfield มียอดขายในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 108% ในปี 2021-2022 Royal Enfield จึงเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางระดับโลกอย่างแท้จริง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่