“BRIDGESTONE ECOPIA EP150 เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี ENLITEN®” นวัตกรรมล่าสุดจากบริดจสโตน ได้รับเลือกเป็นยางล้อมาตรฐานติดตั้งในรถยนต์ “New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV” จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

0
86

รถยนต์ New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส
และผลิตภัณฑ์
BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN

ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ยางรักษ์โลกที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะ ก้าวไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีENLITEN ได้รับความไว้วางใจจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นยางล้อมาตรฐานติดตั้งในรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดNew Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รุ่นใหม่จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN ช่วยให้ยางมีน้ำหนักเบา และช่วยให้ความต้านทานการหมุนของยางต่ำลงประมาณ 7.69%*1 เมื่อเทียบกับยางรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้มาพร้อมกับเทคโนโลยีENLITEN จึงช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น                                                                                                                                                  บริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด เผยว่า ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ยางรักษ์โลกด้วยเทคโนโลยี ENLITEN นวัตกรรมใหม่ของการออกแบบยางรถยนต์จากบริดจสโตน ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ได้รับเลือกให้เป็นยางล้อมาตรฐานเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือระดับสำหรับรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็กที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รุ่นใหม่จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยได้เปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา เทคโนโลยี ENLITEN นวัตกรรมใหม่ของการออกแบบยางรถยนต์จากบริดจสโตน ช่วยให้ยางมีน้ำหนักเบาและมีความต้านทานการหมุนต่ำจึงช่วยประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี ทั้งยังไม่ลดทอนประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขับขี่ซึ่งผสานการทำงานกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์ ซึ่งตอบโจทย์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดที่มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้อย่างลงตัว บริดจสโตนได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมจากเทคโนโลยี “ENLITEN” ว่าเป็นยางพรีเมียมสำหรับยุครถยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งบรรลุ “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของ บริดจสโตน)” “ด้าน Energy (พลังงาน) เพื่อสร้างสังคมแห่งการเดินทางที่เป็นกลางทางคาร์บอน” ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN ขนาดขอบ 17 นิ้ว ได้รับการติดตั้งในรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV โดยมีคุณสมบัติเด่นซึ่งไม่ลดทอนประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขับขี่ ดังนี้

  • ใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์
  • ช่วยให้ยางมีน้ำหนักเบา และช่วยให้ความต้านทานการหมุนของยางต่ำลงประมาณ 7.69% เมื่อเทียบกับยางรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN จึงช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น
  • มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์จากรถยนต์

ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีENLITEN

ภาพรวมของผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITENสำหรับรถยนต์ New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

รุ่นรถของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส รุ่นยางของบริดจสโตน ขนาดยางของบริดจสโตน
New Xpander HEV   BRIDGESTONE ECOPIAEP150

ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN

205/55R17
New Xpander Cross HEV

รถยนต์ New Xpander Cross HEV จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

คุณสมบัติเด่นของรถยนต์ New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวรถยนต์ New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ครั้งแรกของโลกในประเทศไทย โดยเป็นรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็กที่มาพร้อมกับระบบฟูลไฮบริด ซึ่งผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ไว้อย่างลงตัว ชูจุดเด่น 3 สุดยอดเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ใหม่แบบ Mitsubishi e:MOTION ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ได้แก่

-ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System) มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และน่าตื่นเต้นเร้าใจให้ความคล่องตัว ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)
-โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการให้สมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง
ลุยได้ในทุกสภาพถนน
– ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active YawControl: AYC) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิมอเตอร์ส มอบการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวโดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง

คุณชยุตม์ วิริยะวัฒนา ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “เพื่อยกระดับโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ยั่งยืนของบริดจสโตนและเติมเต็มประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับของลูกค้าผ่านเทคโนโลยีENLITEN  ในโอกาสนี้ บริดจสโตนรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง    ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงอย่าง BRIDGESTONE ECOPIA EP150 ด้วยเทคโนโลยี ENLITEN เพื่อส่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมรับกับ            หลากหลายสภาพการใช้งานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยของรถยนต์ New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันยังมีส่วนร่วมในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์เพื่อส่งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคตอีกด้วย” ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System) มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และน่าตื่นเต้นเร้าใจ ให้ความคล่องตัว ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ลุยได้ในทุกสภาพถนนระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจ ควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวโดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่