วันอังคาร, มิถุนายน 25, 2024
spot_img
หน้าแรกAuto Newsตลาดรถยนต์กันยายนชะลอตัวต่อเนื่อง 16.3% ยอดขาย 62,086 คัน อีโคคาร์ดันยอดเก๋งโต 10.4% ปิ๊กอัพทรุดหนัก 45.0% จับตาไตรมาสสุดท้าย

ตลาดรถยนต์กันยายนชะลอตัวต่อเนื่อง 16.3% ยอดขาย 62,086 คัน อีโคคาร์ดันยอดเก๋งโต 10.4% ปิ๊กอัพทรุดหนัก 45.0% จับตาไตรมาสสุดท้าย

-

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2566 ด้วยยอดขาย 62,086 คัน ลดลง 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่รถยนต์นั่งยังเติบโตต่อเนื่องด้วยยอดขาย 25,425คัน เติบโต 10.4% ส่วนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวต่อเนื่องด้วยยอดขาย 36,661 คัน ลดลง 28.3% โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ ชะลอตัวอย่างหนักด้วยยอดขาย 23,343 คัน ลดลง 43.6%

ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์

          ตลาดรถยนต์กันยายนชะลอตัวต่อเนื่อง 16.3% ด้วยยอดขาย 62,086 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งยังเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 10.4% ด้วยยอดขาย 25,425 คัน เป็นผลมาจากการเติบโตของเซกเมนต์อีโคคาร์ด้วยยยอดขาย 15,368 คัน ในขณะที่ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวที่ 28.3% ด้วยยอดขาย 36,661 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน       หดตัวถึง 43.6% ด้วยยอดจำหน่าย 23,343 คัน จากการชะลอการตัดสินใจซื้ออย่างต่อเนื่องของภาคประชาชน และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจขนส่ง อันเป็นผลมาจากภาพรวมทางเศรษฐกิจ    ที่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว  โดยมีอุปสรรคสำคัญคือความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ที่มีความกังวลต่อหนี้เสียอันเป็นผลต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

    ตลาดรถยนต์ตุลาคมเดินหน้าเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นส์ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งค่ายรถยนต์ต่างทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมด้วยแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อหวังกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตามความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดรถยนต์ต่อไป

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกันยายน 2566

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 62,086 คัน ลดลง 16.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า      21,141 คัน      ลดลง 7.9 %    ส่วนแบ่งตลาด 34.1%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          10,898 คัน      ลดลง 49.5%    ส่วนแบ่งตลาด 17.6%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า      9,113 คัน        เพิ่มขึ้น 34.2%    ส่วนแบ่งตลาด 14.7%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 25,425 คัน เพิ่มขึ้น 10.4%                                  

อันดับที่ 1 โตโยต้า      9,922 คัน        เพิ่มขึ้น 34.4%  ส่วนแบ่งตลาด 39.0%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า      4,212 คัน        ลดลง 29.3%    ส่วนแบ่งตลาด 16.6%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      1,083 คัน        ลดลง 39.6%    ส่วนแบ่งตลาด 4.3%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 36,661 คัน ลดลง 28.3%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า      11,219  คัน     ลดลง 28.0%    ส่วนแบ่งตลาด 30.6%

อันดับที่ 2 อีซูซุ           10,898 คัน      ลดลง 49.5%    ส่วนแบ่งตลาด 29.7%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        4,901 คัน       เพิ่มขึ้น 489.1% ส่วนแบ่งตลาด 13.4%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 23,343 คัน ลดลง 43.6%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า      9,547 คัน        ลดลง 27.9%    ส่วนแบ่งตลาด 40.9%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          9,298 คัน        ลดลง 54.0%    ส่วนแบ่งตลาด 39.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        2,946 คัน       ลดลง 41.2%    ส่วนแบ่งตลาด 12.6%

 *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,229 คัน

โตโยต้า 1,607 คัน – อีซูซุ 1,343 คัน – ฟอร์ด 936  คัน – มิตซูบิชิ 255 คัน – นิสสัน 88 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 19,114คัน ลดลง 45.0%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ                   7.955 คัน        ลดลง 56.9%    ส่วนแบ่งตลาด 41.6 %

อันดับที่ 2 โตโยต้า      7,940 คัน       ลดลง 23.6%    ส่วนแบ่งตลาด 41.5%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        2,010 คัน       ลดลง 44.2%    ส่วนแบ่งตลาด 10.5%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กันยายน 2566

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 586,870 คัน ลดลง 7.4%                              

อันดับที่ 1 โตโยต้า       199,292 คัน   ลดลง 4.5%     ส่วนแบ่งตลาด 34.0%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            120,294 คัน   ลดลง 26.5%    ส่วนแบ่งตลาด 20.5%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า       69,882 คัน    เพิ่มขึ้น 14.t0% ส่วนแบ่งตลาด 11.9%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 219,668 คัน เพิ่มขึ้น 9.5%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า        77,357 คัน   เพิ่มขึ้น  316%  ส่วนแบ่งตลาด 35.2%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า        43,907 คัน   ลดลง   4.5%   ส่วนแบ่งตลาด 20.0%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      12,676 คัน      ลดลง  22.5%   ส่วนแบ่งตลาด 5.8%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 367,202 คัน ลดลง 15.2%                    

อันดับที่ 1 โตโยต้า       121,935 คัน    ลดลง 18.6%    ส่วนแบ่งตลาด   33.2%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            120,294 คัน   ลดลง 26.5%    ส่วนแบ่งตลาด   32.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด         25,975 คัน    เพิ่มขึ้น 69.8%  ส่วนแบ่งตลาด  7.1%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 255,899 คัน ลดลง 24.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ           108,158 คัน     ลดลง 28.4%    ส่วนแบ่งตลาด   42.53%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      100,193 คัน     ลดลง 22.4%    ส่วนแบ่งตลาด   39.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด          28,773        เพิ่มขึ้น 2.1%    ส่วนแบ่งตลาด   11.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 47,230 คัน

โตโยต้า 17,192 คัน – อีซูซุ 16,549 คัน – ฟอร์ด 9,270คัน – มิตซูบิชิ 3,293 คัน – นิสสัน 926 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย  208,669 คัน ลดลง 28.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ            91,609 คัน      ลดลง  33.1%   ส่วนแบ่งตลาด 43.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      83,001 คัน      ลดลง  23.9%   ส่วนแบ่งตลาด 39.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        19,503 คัน      ลดลง   14.0%  ส่วนแบ่งตลาด  9.3%   

- Advertisment -

Must Read

“ซูซูกิ แครี่” ตอกย้ำบทบาทผู้นำ “ฟู้ดทรัค” เติบโตสวนทางตลาด สร้างโอกาสในช่วงวิกฤติ ชูความอเนกประสงค์ครบครัน ตอบโจทย์ธุรกิจที่หลากหลาย ล็อกเป้าเก็บเกี่ยวยอดขาย 4,200...

0
14 มีนาคม 2565-กรุงเทพมหานคร-ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ชูความอเนกประสงค์ของ ซูซูกิ แครี่ ตอกย้ำบทบาทผู้นำฟู้ดทรัคที่มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสและร่วมขับเคลื่อนธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบที่หลากหลาย สร้างอัตราเติบโตให้กับธุรกิจด้านการขนส่ง สอดรับการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ มั่นใจสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน ตั้งเป้าเก็บเกี่ยวยอดขาย 4,200 คันในปีนี้ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการผลักดัน ซูซูกิ แครี่...