บริดจสโตนสนับสนุนผู้เข้าแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge ประจำปี ค.ศ. 2023

0
261
  • บริดจสโตนในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge หรือการแข่งขันรถพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมสนับสนุนยางแก่ผู้เข้าแข่งขันถึง 35 ทีม สำหรับการแข่งขันประจำปี .. 2023 การแข่งขันดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมสำคัญในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปี ในวงการมอเตอร์สปอร์ตของบริดจสโตน
  • บริดจสโตนได้นำเสนอยางใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN ในการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge ประจำปี.. 2023 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของบริดจสโตนที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
  • การเป็นผู้สนับสนุนหลักในระยะยาวของการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge สอดคล้องกับ ด้าน Energy (พลังงาน)” และ ด้าน Emotion (ความรู้สึก)” ใน Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน)


[เมืองแอดิเลด, ประเทศออสเตรเลีย] (15 มิถุนายน 2566) – บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ฉลองครบรอบ      10 ปี ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge โดยในปีนี้   บริดจสโตนสนับสนุนทีมผู้เข้าแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ และเนื่องในโอกาสที่ปีนี้เป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 60 ปี ในวงการมอเตอร์สปอร์ต บริดจสโตนจึงแสดงความมุ่งมั่นในระยะยาวเพื่อสนับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นการดำเนินการดังกล่าวผ่านการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge ประจำปี ค.. 2023 ที่เมืองแอดิเลด สำหรับในปีนี้มีผู้เข้าแข่งขันถึง 35 ทีมที่ใช้ยางบริดจสโตน ซึ่งผู้เข้าแข่งขัน    ได้ออกตัวจากจุดสตาร์ทที่เมืองดาร์วินเพื่อเข้าสู่เส้นชัยที่เมืองแอดิเลดของประเทศออสเตรเลีย ด้วยระยะทางรวม 3,000 กิโลเมตร

สำหรับในปีนี้บริดจสโตนใช้เทคโนโลยี ENLITEN เป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการออกแบบยางเพื่อให้เป็น “ยางพรีเมียมใหม่” ที่พร้อมใช้งานในการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge นับเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยี ENLITEN ได้ถูกนำมาใช้ในแพลตฟอร์มการแข่งขัน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับช่วงเวลาประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตของบริดจสโตน อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานความเป็นมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับความยั่งยืน

การแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริดจสโตนใน “ด้าน Energy (พลังงาน) ด้วยการตระหนักถึงสังคมแห่งการเดินทาง ตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” และ “ด้าน Emotion (ความรู้สึก) ด้วยการสร้างความตื่นเต้น และความสุขในสังคมแห่งการเดินทาง” ใน “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน)” *

“บริดจสโตนยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็นองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับยางใหม่ และยังสะท้อนผ่านคุณค่าใน Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน)” คุณโทโมยูคิ ทาคากิ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การตลาดระดับโลก บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น กล่าว

“เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นการกลับมาอีกครั้งของการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge และยังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้สนับสนุนผู้เข้าแข่งขันในปีนี้ พร้อมกับส่งต่อความตื่นเต้นเร้าใจผ่านโซลูชั่นด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน และการพัฒนานวัตกรรมผ่านรายการการแข่งขันดังกล่าว”

Bridgestone World Solar Challenge นับเป็นรายการแข่งขันรถพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของโลก และยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของบริดจสโตนกับบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในฐานะที่บริดจสโตนเป็นแบรนด์พรีเมียมระดับโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน การกลับมาอีกครั้งของการสนับสนุนการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challengeในปี ค.ศ.2023ถือเป็นอีเวนท์แรก นับตั้งแต่ที่บริดจสโตนได้ประกาศขยายขอบเขตการเป็นผู้สนับสนุนหลักในปี ค.. 2019 บริดจสโตนเดินหน้าสนับสนุนการแข่งขันรายการดังกล่าวในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มจำนวนยางที่สนับสนุนในการแข่งขันจาก 1 ทีม ในปี ค.ศ. 2013 เป็นจำนวนถึง 35 ทีมที่ใช้ยางบริดจสโตน จากทั้งหมด 45 ทีม ในปี ค.ศ. 2023

ด้วยการยึดมั่นในเรื่องความยั่งยืนเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจ บริดจสโตนมุ่งมั่นที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ “สู่ปี ค.ศ. 2050 บริดจสโตนยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้าในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน” โดยการแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการหลอมรวมกิจกรรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตและโซลูชั่นอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตเข้าด้วยกัน กิจกรรมดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยบริดจสโตนในการวิจัยและพัฒนาในโลกปัจจุบันบนสภาวะต่างๆ ที่ท้าทายเพื่อทดลองใช้ยางที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยี ENLITEN

คุณโทโมยูคิ ทาคากิ กล่าวเสริมว่า “การแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge ได้สร้างแพลตฟอร์มในอุดมคติให้กับบริดจสโตนในการพัฒนาและจัดแสดงยางที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยี ENLITEN เพื่อใช้สำหรับยานพาหนะที่ทันสมัย รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาโซลูชั่นเกี่ยวกับการเดินทางทั่วโลก”

“ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์มุ่งเป้าไปที่การใช้พลังงานไฟฟ้า การแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge เป็นเวทีให้เราได้แสดงถึงเทคโนโลยีและศักยภาพในการพัฒนายางให้โลกได้รับรู้ ซึ่งการแข่งขันรายการดังกล่าวได้เชื่อมโยงกับเรื่องราวของบริดจสโตน รวมถึงอนาคตของเราในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน”

การแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge เป็นเพียงหนึ่งในความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกตามแผนการสนับสนุนกิจกรรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตเพื่อความยั่งยืนระดับโลกของบริดจสโตน รวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม Bridgestone FIA ecoRally Cup ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติสำหรับรถยนต์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า นับเป็นหนึ่งในแผนการสนับสนุนกิจกรรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมระดับสามดาวจาก Federation Internationale de l’Automobile (FIA) ซึ่งเป็นองค์กรสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไรโดยจะควบคุมกีฬาและการแข่งขันกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต

การแข่งขันรายการ Bridgestone World Solar Challenge เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารถพลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนวิศวกรรุ่นใหม่ และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้แหล่งพลังงานใหม่อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ ผู้เข้าร่วมจะมีส่วนในการออกแบบ สร้างสรรค์ และพัฒนายานพาหนะที่มีประสิทธิภาพระดับโลก สำหรับการแข่งขันในปี ค.ศ. 2023 จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 ในวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 2023


ภาพรวมของการแข่งขัน
รายการ Bridgestone World Solar Challenge ประจำปี ค.ศ. 2023

1.วันที่จัดการแข่งขัน: ระหว่างวันที่ 22-29 ตุลาคม ค.ศ. 2023

2.ประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน: ออสเตรเลีย (จากเมืองดาร์วินสู่เมืองแอดิเลด)

3.เจ้าภาพจัดการแข่งขัน: องค์กร South Australian Motor Sport Board (SAMSB)

4.รายละเอียดการแข่งขัน

(1) คลาส Challenger
ความท้าทายสู่การเป็นที่หนึ่งในยานพาหนะที่ออกแบบเพื่อความเร็ว ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อน 3 หรือ 4 ล้อ  และนักขับ 1 คน

การสนับสนุนของบริดจสโตน: 25 ทีม (จากทั้งหมด 32 ทีม)

(2) คลาส Cruiser
ความท้าทายที่มุ่งทดสอบประสิทธิภาพด้านพลังงานและการนำไปใช้งานของยานพาหนะ ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นักขับ 1 คน และมีผู้โดยสารมากกว่า 1 คน

การสนับสนุนของบริดจสโตน: 10 ทีม (จากทั้งหมด 11 ทีม)
(3) คลาส Adventure    

 ความท้าทายที่เปิดโอกาสให้ยานพาหนะที่ไม่ตรงตามเกณฑ์เข้าร่วมแข่งขันในคลาส Challenger หรือ Cruiser เช่น ยานพาหนะที่อยู่ในข้อกำหนดของการแข่งขันรอบก่อนหน้า ซึ่งต้องใช้ระบบขับเคลื่อนมากกว่า 3 ล้อ

*กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนได้กำหนด “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของ
บริดจสโตน)” เพื่อช่วยให้บรรลุวิสัยทัศน์: “สู่ปี ค.ศ. 2050 บริดจสโตนยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้า
ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการบริหารควบคู่
ไปกับการสร้างความไว้วางใจและน่าเชื่อถือให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต “Bridgestone E8 Commitment
(พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน)” ประกอบด้วยคุณค่า 8 ด้านของบริดจสโตนที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร “E”

(ด้าน Energy (พลังงาน), ด้าน Ecology (สิ่งแวดล้อม), ด้าน Efficiency (ประสิทธิภาพ), ด้าน Extension

(การเติบโต), ด้าน Economy (เศรษฐกิจ), ด้าน Emotion (ความรู้สึก), ด้าน Ease (ความสะดวกสบาย) และ
ด้าน Empowerment (พลังทางสังคม) ซึ่งกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่านเจตจำนง
และกระบวนการทำงานร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้า เพื่อสังคมที่ยั่งยืน
https://www.bridgestone.com/corporate/news/pdf/2022030101.pdf

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่