McLaren Automotive เปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ McLaren 750S โดดเด่นที่มีน้ำหนักเบา กำลังขับเคลื่อนเยี่ยมและทรงพลังมากที่สุด

0
737

กรุงเทพฯ McLaren Bangkok ผู้ได้สิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายแมคลาเรน(McLaren) รถซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย อันเป็นส่วนหนึ่งใน            บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด โดยมี นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ เผยโฉมซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ McLaren 750S รุ่น Coupe และรุ่น Spider รถซูเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุด มีกำลังขับเคลื่อนมากที่สุด และทรงพลังที่สุดในสายการผลิตเพื่อจำหน่าย สำหรับรถรุ่นใหม่นี้ ด้านการออกแบบภายนอก ยังคงสไตล์รถซูเปอร์คาร์ของแบรนด์เอาไว้ โดยนำความโดดเด่นจากรถรุ่นก่อน รวบรวมมาไว้ในรถรุ่นใหม่นี้ได้อย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์ จนได้เป็น McLaren 750S ที่มีความล้ำหน้า ในด้าน Weight Saving ด้านเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง อากาศพลศาสตร์ เรียกว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานและประสบการณ์   การขับขี่สำหรับซูเปอร์คาร์แห่งอนาคต ส่งผลให้รถรุ่นนี้เป็นผู้นำในกลุ่มตลาด แรงม้าต่อน้ำหนักรถอยู่ที่ 540 แรงม้า/ตัน และมีแรงบิดมากกว่าคู่แข่งถึง 60 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4 ลิตร Twin-Turbocharged แรงบิด 800 นิวตัน-เมตร สอดประสานกันกับชุดเกียร์ 7 สปีด ที่เอื้อให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.8 วินาที และเร่งความเร็วจาก 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 7.2 วินาที (สำหรับรุ่น Coupe) และ 7.3 วินาที (สำหรับรุ่น Spider) เป็นต้น ด้วยโครงสร้างหลักแบบ Carbon Fiber Monocoque ทำให้ McLaren 750S มี Dry Weight เบาที่สุดเพียง 1,277 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่า McLaren 720S ถึง 30 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลมาจากเบาะนั่งแบบรถแข่งที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์และล้อที่เบาที่สุดนั่นเอง

อีกไฮไลต์ ที่มาพร้อม McLaren 750S  ได้แก่ ชุดท่อไอเสียด้านท้ายกลางตัวรถที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก McLaren P1™ พร้อมการปรับแต่งอะคูสติกให้โทนเสียงแตกต่าง คมชัดและค่อย ๆ ดังขึ้นในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์สูง ชุดช่วงล่างใหม่ล่าสุด PCC III (McLaren’s Proactive Chassis Control linked-Hydraulic Suspension) พร้อมชุดสปริง ชุดดูดซับแรงกระแทกแบบน้ำหนักเบาที่คำนวณและออกแบบใหม่ เพื่อความคล่องตัวกว่าในการขับขี่ ชุดพวงมาลัยแบบ Electro-Hydraulic ที่เลื่องชื่อ ผนวกอัตราทดที่เร็วขึ้น เพื่อการเข้าโค้งที่คมกริบมากยิ่งขึ้น ระบบเบรกใหม่อัปเกรดมาพร้อมชุดเบรกเซรามิค ชุดปั๊มสุญญากาศและบูสเตอร์ชุดใหม่ และชุด Monobloc Caliper ที่พัฒนาต่อจากระบบเบรกของ McLaren Senna เทคโนโลยีระบายความร้อนแคลิเปอร์เบรกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Formula 1  ระบบ Vehicle-Lift ใหม่ล่าสุด เพียงปุ่มเดียวก็สามารถยกด้านหน้าของรถขึ้นได้อย่างฉับพลันใน 4 วินาที ซึ่งเร็วกว่ารถ McLaren รุ่นอื่น ๆ และเร็วกว่า McLaren 720S (ที่ใช้เวลา 10 วินาที)

สำหรับ McLaren 750S รุ่น Spider ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ หลังคาแบบ Retractable Hard Top (RHT) ที่เปิดปิดได้เร็วกว่า 11 วินาทีที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อม Rollover Protection System และส่วนบนของโครงสร้างด้านหลังเชื่อมกันกับ Monocoque ที่มีคาร์บอนไฟเบอร์   เป็นวัสดุหลักและด้วยความแข็งแรงของวัสดุดังกล่าว จึงไม่ต้องเสริมความแข็งแรงเพิ่มเติม ทำให้มั่นใจว่า McLaren 750S Spider จะสร้างความประทับใจในเรื่อง Power-to-Weight Ratio และทำให้เป็นผู้นำ ในกลุ่มตลาดนี้ ด้วยสัดส่วน 566 แรงม้า/ตัน และ Dry Weight ที่เบาที่สุดที่ 1,326 กิโลกรัม

McLaren พัฒนา McLaren 750S ให้แตกต่างออกไปจาก McLaren 720S ไม่ว่าจะเป็นส่วนของปลายด้านหน้ารถ (จมูกรถ) ที่ต่ำลง ออกแบบให้ช่องรับอากาศเข้าบริเวณไฟหน้าหรือ Eye Socket ให้แคบลง Sill Air Intake แบบใหม่ ช่องรับอากาศเข้าแบบใหม่บริเวณซุ้มล้อหลัง ระบบควบคุมอากาศพลศาสตร์ด้านหลัง พร้อมปรับการออกแบบเพิ่มความยาวส่วนหลังเพื่อรีดลมไปยังปีกคาร์บอนไฟเบอร์ด้านหลังที่ออกแบบให้สูงขึ้นและยาวขึ้น โดยปีกชุดนี้อยู่เหนือชุดท่อไอเสียตรงกลาง

ด้าน นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการบริษัท นิซ คาร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงความพิเศษของรถรุ่นนี้ว่า “คุณสมบัติที่โดดเด่นของ McLaren 750S เป็นรุ่นที่ผลิตในจำนวนจำกัดและเป็นเครื่องยนต์    เผาไหม้ภายใน 100 % รุ่นสุดท้ายของ McLaren ซึ่งยังคงให้อารมณ์ในการขับขี่ที่นักขับต้องการมากที่สุด ได้แก่ เสียงเครื่องยนต์ การเปลี่ยนเกียร์ Engine Break ฯลฯ ซึ่งรถในอนาคตที่ไม่ใช่เครื่องยนต์เผาไหม้ภายในไม่สามารถให้ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ McLaren 750S กลายเป็นรถที่หายากไปแล้ว ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 1,389 กิโลกรัม (สำหรับ McLaren 750S รุ่น Coupe) จึงทำให้รถรุ่นนี้ เป็นรถที่เป็น Iconic Super Series ของเรา และยังสามารถเก็บเป็นคอลเลกชันได้อีกนาน เนื่องจากในอนาคต ตลาดรถยนต์ รวมถึงซูเปอร์คาร์ จะมียานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาเป็นพื้นฐานของรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ อย่างแน่นอน

ในส่วนของตลาดประเทศไทยเอง  McLaren Bangkok เรามุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนชอบรถและชอบขับรถ ซึ่งคนรักรถตัวจริงจะรู้ดี ว่ารถมีความรู้สึกอย่างไร เข้าใจเรื่องรถ และมีพื้นฐานที่ดีในการขับขี่ ไม่ได้เป็นกลุ่มที่ขับเพื่อแสดงฐานะแต่อย่างใด หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นความหลงใหลในการขับขี่รถยนต์

สำหรับยอดจำหน่ายในปีนี้ เราไม่ได้ตั้งเป้าไว้เป็นพิเศษ เนื่องจากว่า ภายหลังการจัดงานเปิดตัวครั้งแรก   ในโลก (World Premier)  ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ยอดสั่งจองจากทั่วโลก มีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การส่งมอบรถล่าช้า เพราะรถไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก และในส่วนของฝั่งประเทศไทยเองก็เช่นกัน ทาง McLaren Bangkok คาดว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ได้ ในช่วงปี 2567 ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยในอนาคตต่อไปด้วย และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจก่อนการจับจองเป็นเจ้าของ McLaren 750S เราขอฝากถึงคนที่ชื่นชอบการขับรถ แต่ยังไม่เคยได้ลองขับ McLaren และอยากเข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ท่านสามารถติดต่อขอทดลองขับได้ที่โชว์รูม McLaren Bangkok หรือช่องทางออนไลน์หลักของเราครับ” นายวิทวัส ชินบารมี กล่าวทิ้งท้าย.

ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง

Facebook: https://www.facebook.com/McLarenBKK

Instagram: https://www.instagram.com/mclarenbangkok/

Website: https://bangkok.mclaren.com/en

Tel: 02-321-1111, 081-434-7777

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่