วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 18, 2024
spot_img
หน้าแรกAuto Newsตลาดรถยนต์ พ.ย.รอแคมเปญโค้งสุดท้าย ตัวเลขการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8% สะสม 11 เดือน 766,589 คัน...

ตลาดรถยนต์ พ.ย.รอแคมเปญโค้งสุดท้าย ตัวเลขการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8% สะสม 11 เดือน 766,589 คัน เติบโต 14.7%

-

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2565 ด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้น 68,284 คัน ลดลง 4.8% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 20,263 คัน ลดลง 14.8% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 48,021 คัน เพิ่มขึ้น 0.2% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 36,286คัน ลดลง 5.9% พร้อมยอดขายสะสม 11 เดือนที่ 766,589 คัน เติบโต 14.7% เดินหน้าสู่การปิดตัวเลขการขายประจำปีในเดือนธันวาคม

ประเด็นสำคัญ 
 นายสุรศักดิ์ เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายนว่า “ตลาดรถยนต์เดือนพฤศจิกายนชลอตัวเล็กน้อยด้วยตัวเลขการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีตัวเลขการขาย 20,263 คัน ลดลงเช่นกันที่ 14.8% ขณะที่ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีตัวเลขการขาย 48,021 คัน เติบโตเล็กน้อยที่ 0.2% เป็นผลมาจากการที่ลูกค้าชลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอรับแคมเปญสุดท้ายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนปิดตัวเลขการขายประจำปีในเดือนธันวาคม ที่ลูกค้าต่างคาดหวังรับข้อเสนอดีที่สุดแห่งปีในงานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคกลางและจังหวัดใกล้เคียง

นายสุรศักดิ์ ประเมินแนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนธันวาคมว่า “จากความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ดังกล่าว จะส่งผลให้ตัวเลขการขายรถยนต์ของเดือนธันวาคมเติบโตสูงที่สุดในรอบปี โดยมียอดจองในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ที่มากถึง 36,679 คัน จากการรายงานของผู้จัดงานเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ยังไม่รวมตัวเลขการขายจากผู้แทนจำหน่ายของทุกค่ายรถยนต์ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาเติมสถิติการขาย 11 เดือนที่ 766,589 คัน เติบโต 14.7% ก่อนจะปิดตัวเลขการขายประจำปี 2565 ในเดือนธันวาคม น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤศจิกายน 2565
1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า    24,554 คัน    เพิ่มขึ้น    6.0%        ส่วนแบ่งตลาด 36.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ        16,561 คัน    ลดลง    10.1%        ส่วนแบ่งตลาด 24.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า     7,328 คัน    ลดลง    15.0%         ส่วนแบ่งตลาด 10.7%
2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 20,263 คัน ลดลง 14.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า     8,405 คัน    เพิ่มขึ้น    33.3 %        ส่วนแบ่งตลาด 41.5%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า     4,438 คัน    ลดลง    45.0%        ส่วนแบ่งตลาด 21.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ     1,489 คัน    ลดลง    16.6%        ส่วนแบ่งตลาด  7.3%
3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 48,021 คัน เพิ่มขึ้น 0.2%
อันดับที่ 1 อีซูซุ        16,561 คัน    ลดลง    10.1%        ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า    16,149 คัน    ลดลง    4.2%        ส่วนแบ่งตลาด 33.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด     4,805 คัน    เพิ่มขึ้น    68.1%        ส่วนแบ่งตลาด 10.0%
4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)
ปริมาณการขาย 36,286 คัน ลดลง 5.9%
อันดับที่ 1 อีซูซุ        15,382 คัน    ลดลง    9.3%        ส่วนแบ่งตลาด 42.4%
อันดับที่  2 โตโยต้า    13,635 คัน    ลดลง    8.4%        ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด     4,805 คัน    เพิ่มขึ้น    68.1%        ส่วนแบ่งตลาด 13.2%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 7,104 คัน
อีซูซุ 2,610 คัน – โตโยต้า 2,465 คัน – ฟอร์ด 1,380 คัน – มิตซูบิชิ 588 คัน – นิสสัน 61 คัน
5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,182 คัน ลดลง 11.9%
อันดับที่ 1 อีซูซุ        12,772 คัน    ลดลง    16.1%        ส่วนแบ่งตลาด 43.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า    11,170 คัน    ลดลง    11.0%        ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด     3,425 คัน    เพิ่มขึ้น    44.1%        ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2565
1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 766,589 คัน เพิ่มขึ้น 14.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า    258,612 คัน    เพิ่มขึ้น    21.7 %         ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ         194,275 คัน    เพิ่มขึ้น    17.5%         ส่วนแบ่งตลาด 25.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า        74,518 คัน    ลดลง    3.4%        ส่วนแบ่งตลาด 9.7%
2.   ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 240,371 คัน เพิ่มขึ้น 9.3%
อันดับที่ 1 โตโยต้า     73,797 คัน    เพิ่มขึ้น    34.0%        ส่วนแบ่งตลาด 30.7%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า     55,879 คัน    ลดลง    18.0%        ส่วนแบ่งตลาด 23.2%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ     19,333 คัน    เพิ่มขึ้น    21.0%        ส่วนแบ่งตลาด  8.0%
3.   ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 526,218 คัน เพิ่มขึ้น 17.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ        194,275 คัน    เพิ่มขึ้น    17.5%        ส่วนแบ่งตลาด 36.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า    184,815 คัน    เพิ่มขึ้น    17.3%        ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด     38,039 คัน    เพิ่มขึ้น    34.8%        ส่วนแบ่งตลาด  7.2%
4.   ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)
ปริมาณการขาย 411,553 คัน เพิ่มขึ้น 17.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ        179,307 คัน    เพิ่มขึ้น    19.3%        ส่วนแบ่งตลาด 43.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า    157,703 คัน    เพิ่มขึ้น    17.0%        ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด     38,039 คัน    เพิ่มขึ้น    34.8%        ส่วนแบ่งตลาด  9.2%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 58,746 คัน
โตโยต้า 24,927 คัน – อีซูซุ 17,751 คัน – ฟอร์ด 8,200 คัน – มิตซูบิชิ 6,786 คัน – นิสสัน 1,082 คัน
5.   ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 352,807 คัน เพิ่มขึ้น 15.7%
อันดับที่ 1 อีซูซุ        161,556 คัน    เพิ่มขึ้น    18.9%        ส่วนแบ่งตลาด 45.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า    132,776 คัน    เพิ่มขึ้น    16.1%        ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด     29,839 คัน    เพิ่มขึ้น    24.9%        ส่วนแบ่งตลาด  8.5%

- Advertisment -

Must Read

“ซูซูกิ แครี่” ตอกย้ำบทบาทผู้นำ “ฟู้ดทรัค” เติบโตสวนทางตลาด สร้างโอกาสในช่วงวิกฤติ ชูความอเนกประสงค์ครบครัน ตอบโจทย์ธุรกิจที่หลากหลาย ล็อกเป้าเก็บเกี่ยวยอดขาย 4,200...

0
14 มีนาคม 2565-กรุงเทพมหานคร-ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ชูความอเนกประสงค์ของ ซูซูกิ แครี่ ตอกย้ำบทบาทผู้นำฟู้ดทรัคที่มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสและร่วมขับเคลื่อนธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบที่หลากหลาย สร้างอัตราเติบโตให้กับธุรกิจด้านการขนส่ง สอดรับการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ มั่นใจสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน ตั้งเป้าเก็บเกี่ยวยอดขาย 4,200 คันในปีนี้ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการผลักดัน ซูซูกิ แครี่...