วันจันทร์, เมษายน 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกAuto Newsบี.กริม เพาเวอร์ ลงทุนกว่า 701 ล้านบาท ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพ Unison ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานลมในเกาหลีใต้ รุกขยายพอร์ตพลังงานสะอาด

บี.กริม เพาเวอร์ ลงทุนกว่า 701 ล้านบาท ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพ Unison ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานลมในเกาหลีใต้ รุกขยายพอร์ตพลังงานสะอาด

-

นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เกาหลี จำกัด (B.Grimm Power Korea Limited) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพซึ่งออกโดย Unison Co., Ltd. สาธารณรัฐเกาหลี มูลค่า 32,000,000,000 วอนเกาหลี (ประมาณ 701,500,000 บาท) คิดเป็นประมาณ 85% ของหุ้นกู้แปลงสภาพทั้งหมด ภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นกู้แปลงสภาพจาก Myungwoon Industry Development Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นผู้มีอำนาจควบคุมของ Unison โดย ดร. ฮาราลด์  ลิงค์ จะเข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพจาก Myungwoon ในมูลค่าเงินต้นจำนวน 5,600,000,000 วอนเกาหลี (ประมาณ 128,000,000 บาท) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 15% ของหุ้นกู้แปลงสภาพทั้งหมด ต่างหากอีกด้วย

สำหรับ Myungwoon Industry Development Co., Ltd. มี นายคิม คัง-ฮัก (Mr. Kim Kang-Hak) ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท และถือหุ้น 100% นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งประธานของ Korea Wind Energy Industry Association ซึ่งเป็นองค์กรหลักของอุตสาหกรรมพลังงานลมในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

ในด้านธุรกิจ ปัจจุบัน Myungwoon Industry Development Co., Ltd. เป็นผู้ถือหุ้น 51% ในโครงการ Yeonggwang Nakwol Offshore Wind Power Project (Nakwol1) ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 364.8 เมกะวัตต์ และ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 โครงการมีความคืบหน้าการก่อสร้างประมาณ 78% โดย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เกาหลี จำกัด ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวในสัดส่วน 49%

โดยการเข้าลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพของ Unison ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อ สนับสนุน Myungwoon Industry Development Co., Ltd. ในการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Unison ผู้มีอำนาจบริหารและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานลมในประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ยังเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในธุรกิจกังหันลมและการพัฒนาโครงการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของโครงการ Nakwol Offshore Wind Power Project ซึ่งบริษัทมีการร่วมลงทุนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังมองถึงการเพิ่มโอกาสเชิงกลยุทธ์ในอนาคต ผ่านสิทธิในการแปลงสภาพเป็นหุ้นของ Unison โดยการแปลงสภาพเป็นหุ้นของ Unison ในอนาคตจะต้องเป็นไปโดยสอดคล้องกับข้อตกลงและเงื่อนไขตามกฎระเบียบด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องและจะต้องสนับสนุนสถานะของ Myungwoon Industry Development Co., Ltd. ในการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และเป็นผู้มีอำนาจบริหารของ Unison ผู้มีอำนาจบริหารต่อไป

Unison เป็นผู้ผลิตกังหันลมชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้ มีความโดดเด่นด้านความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรม เทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ KOSDAQ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ประมาณ 336,250,000,000 ล้านวอน (ประมาณ 7,500,000,000 บาท)  ด้วยประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษในการออกแบบ ผลิต และติดตั้งกังหันลมระดับอุตสาหกรรม ทำให้ Unison  มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนของเกาหลีใต้ พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานสู่ตลาดต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตภายในประเทศ และผลงานการส่งมอบโครงการที่มีความน่าเชื่อถือ  Unison จึงเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาโครงการที่มองหาโซลูชันพลังงานลมที่มีประสิทธิภาพสูง มีความสามารถในการจัดหาเงินทุน และเหมาะสมกับสภาพโครงการทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง

การลงทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ ในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ GreenLeap ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งจัดหาพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน มีเสถียรภาพในระดับสูง และราคาที่เข้าถึงได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับอนาคต (Sustainable Fuels) โดยอาศัยจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการจัดหาก๊าซธรรมชาติ และความร่วมมือที่ยาวนานและแข็งแกร่งกับคู่ค้าและผู้ผลิตอุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ตอบโจทย์แผนระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก พร้อมบรรลุเป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573

- Advertisment -

Must Read