
ฮอนด้าบิ๊กไบค์สรุปกิจกรรม “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” หลังพาผู้ขับขี่เดินทาง 4 ภาคทั่วไทย ผ่านเส้นทางกว่า 3,000 กิโลเมตร และมากกว่า 1,500 โค้ง เพื่อสัมผัสการทำงานของเทคโนโลยี E-Clutch ในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย
กรุงเทพฯ – 19 สิงหาคม 2569 – ฮอนด้าบิ๊กไบค์ปิดกิจกรรม “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” ซึ่งจัดขึ้นตลอดเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569 โดยพาผู้ร่วมกิจกรรมและอินฟลูเอนเซอร์สายรถจักรยานยนต์เดินทางทดสอบการใช้งานระบบ Honda E-Clutch บนเส้นทางจริงใน 4 ภาคของประเทศไทย รวมระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางมากกว่า 1,500 โค้ง และสภาพถนนหลากหลายรูปแบบ
กิจกรรมดังกล่าวนำรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ติดตั้งระบบ E-Clutch จำนวน 4 รุ่น ได้แก่ CBR650R E-Clutch, CB650R E-Clutch, CBR500R E-Clutch และ NX500 E-Clutch มาร่วมทดสอบบนเส้นทางจริง โดยมีทั้งเส้นทางทางราบ ทางชัน ถนนสายรอง เส้นทางภูเขา และการเดินทางระยะไกล เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสการทำงานของระบบในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

4 เส้นทาง ครอบคลุมหลายรูปแบบการขับขี่
เส้นทางของกิจกรรมแบ่งออกเป็น 4 ทริปตามภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้
ภาคตะวันตก ใช้เส้นทาง กาญจนบุรี–แก่งกระจาน–สามร้อยยอด–หัวหิน โดยมีทั้งถนนทางเรียบและเส้นทางที่มีความต่อเนื่องของโค้ง
ภาคเหนือ ใช้เส้นทาง พิษณุโลก–น่าน–สะปัน–เชียงราย ซึ่งมีทั้งทางขึ้นลงเขาและโค้งต่อเนื่อง โดยทริปนี้มีระยะทางมากกว่า 700 กิโลเมตร และมีจำนวนโค้งมากกว่า 1,000 โค้ง
ภาคอีสาน ใช้เส้นทาง โคราช–เพชรบูรณ์–ชัยภูมิ–อุบลราชธานี ครอบคลุมทั้งถนนทางไกลและเส้นทางที่มีลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกัน
ส่วน ภาคใต้ ใช้เส้นทาง สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต–หาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งถนนทางราบ เส้นทางภูเขา และการเดินทางระยะไกล
ตลอดการเดินทาง ผู้เข้าร่วมสามารถทดลองใช้งาน E-Clutch ในสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การออกตัว การเปลี่ยนเกียร์ การชะลอความเร็ว ไปจนถึงการหยุดรถ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยหรือมีทางขึ้นลงลาดชัน
E-Clutch ช่วยจัดการคลัตช์ แต่ผู้ขี่ยังเลือกเกียร์เอง
ระบบ Honda E-Clutch ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของคลัตช์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ขี่ยังคงเป็นผู้เลือกและเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง ขณะที่ระบบจะเข้ามาจัดการการทำงานของคลัตช์ในจังหวะที่เกี่ยวข้อง
จุดที่ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสอย่างชัดเจนคือการใช้งานบนเส้นทางที่มีการเปลี่ยนเกียร์และชะลอความเร็วบ่อย ซึ่งระบบช่วยลดความจำเป็นในการกำก้านคลัตช์ในแต่ละจังหวะ ทำให้การออกตัวและเปลี่ยนเกียร์มีความต่อเนื่องมากขึ้น และลดภาระของมือซ้ายระหว่างการเดินทาง
สำหรับผู้ขี่ที่ต้องการควบคุมรถด้วยตัวเอง ระบบยังเปิดให้สามารถใช้ก้านคลัตช์เพื่อควบคุมคลัตช์ได้ตามต้องการ ทำให้รูปแบบการขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกใช้งานแบบอัตโนมัติหรือแบบแมนนวลเพียงรูปแบบเดียว
ลักษณะการทำงานดังกล่าวมีประโยชน์โดยเฉพาะในการเดินทางระยะไกลหรือเส้นทางที่ต้องเปลี่ยนเกียร์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้ขี่สามารถโฟกัสกับการควบคุมรถและสภาพเส้นทางได้มากขึ้น ขณะที่ระบบช่วยจัดการภาระจากการทำงานของคลัตช์

ทดสอบทั้งรถสปอร์ตและแอดเวนเจอร์
รถที่นำมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ครอบคลุมทั้งรถจักรยานยนต์สปอร์ตและรถสำหรับการเดินทาง ได้แก่ CBR650R E-Clutch และ CB650R E-Clutch ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ รวมถึง CBR500R E-Clutch และ NX500 E-Clutch ซึ่งเป็นรถที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล
การนำรถทั้ง 4 รุ่นไปใช้งานในเส้นทางจริง ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเปรียบเทียบการทำงานของ E-Clutch ในบริบทการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งการขี่ในเมือง การเดินทางบนถนนทางไกล และการขี่บนเส้นทางที่มีทางโค้งและความลาดชัน
กิจกรรมครั้งนี้มีอินฟลูเอนเซอร์ด้านรถจักรยานยนต์เข้าร่วม อาทิ แพร ทวินันท์, เบนซ์ จากเพจ D BigBike, จอห์น จากเพจ John Rider, แมน จากเพจ ThaiRacing, กร จากเพจ BullyBike, DJ JEM และลดา จากเพจลดาไปเที่ยว รวมถึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละเส้นทาง
หลังสิ้นสุดกิจกรรมทั้ง 4 ภาค ฮอนด้าบิ๊กไบค์ระบุว่า การเดินทางครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองใช้งาน Honda E-Clutch ในสภาพแวดล้อมจริง ครอบคลุมระยะทางและรูปแบบเส้นทางที่หลากหลาย ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางภูเขาและการเดินทางระยะไกล
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยี Honda E-Clutch สามารถติดต่อ Honda BigWing เพื่อสอบถามรายละเอียดและทดลองขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ติดตั้งระบบ E-Clutch ได้ที่สาขาที่ร่วมให้บริการทั่วประเทศ
ติดตามข่าวสารและรายละเอียดอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

