ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการบินเร่งรีบปรับตัว เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด” ของโตชิบานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา มีผลลัพธ์ของการทำงานที่สูงสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดที่เล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป ซึ่งขนาดและน้ำหนักที่ลดลงอย่างมากนี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทุกกิโลกรัมมีความสำคัญและต้องใช้กำลังขับเคลื่อนที่สูง

ด้วยความตระหนักถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ของมอเตอร์ต้นแบบตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรกในปี 2565 แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับโตชิบาในปี 2567 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือกันที่งาน Japan International Aerospace Expo 2024 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการบินและอวกาศ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ในด้านเทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด ความร่วมมือครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมทั้งของโตชิบาและแอร์บัส ในโครงการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนและการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องบิน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินที่ปล่อยก๊าซเป็นศูนย์

เครื่องบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นตัวพลิกโฉมรูปแบบการเดินทาง โดยแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยโซลูชันพลังงานสะอาด ไฮโดรเจนสามารถให้พลังงานแก่เครื่องบินได้สองวิธี ซึ่งวิธีแรกได้พลังงานจากการเผาไหม้ไฮโดรเจนในกังหัน และวิธีที่สองแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าในเซลล์เชื้อเพลิง โดยวิธีที่สองมีประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดของโตชิบาเสริมข้อได้เปรียบนี้ โดยการทำงานที่อุณหภูมิเยือกแข็ง ดังนั้นจึงไม่มีแรงต้านทานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงสุด ไฮโดรเจนเหลวที่เก็บไว้ในอุณหภูมิ -253°C ทำหน้าที่เป็นทั้งเชื้อเพลิงและสารหล่อเย็น ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่สมบูรณ์แบบถือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในขณะที่น้ำหนักลดลง เพื่อปูทางไปสู่การบินที่ยั่งยืน
นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการบินแล้ว โตชิบาเล็งเห็นเทคโนโลยีมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดนี้ เป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการสัญจรอย่างยั่งยืนในหลากหลายการใช้งาน ด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ให้ประสิทธิภาพสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในพาหนะขนาดใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพด้านน้ำหนักและพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ การใช้งานที่เป็นไปได้ในอนาคต ได้แก่การขับเคลื่อนเรือในยุคอนาคต เพื่อการขนส่งทางทะเลที่สะอาด และการขับเคลื่อนสำหรับการเดินทางในอวกาศ

การร่วมมือของโตชิบาและแอร์บัสในครั้งนี้ ได้ก้าวไปสู่การปฏิวัติท้องฟ้าที่ปราศจากคาร์บอน โดยปรับโฉมการบินด้วยมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดและระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นมากกว่าความร่วมมือทางด้านวิศวกรรม แต่เป็นการรวบรวมวิสัยทัศน์ของการขับเคลื่อนที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน ด้วยการจับคู่ตัวนำยิ่งยวดกับศักยภาพของไฮโดรเจนในฐานะแหล่งพลังงานสะอาด สู่ความร่วมมือที่กำลังจะกำหนดอนาคตที่เครื่องบินจะบินได้ไกลขึ้น สะอาดขึ้น และชาญฉลาดยิ่งขึ้น
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่โตชิบาและแอร์บัสทำให้เที่ยวบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนเป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด ที่นี่
เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งด้วยเทคโนโลยีของโตชิบา
เกี่ยวกับโตชิบา
ในปี พ.ศ. 2568 กลุ่มบริษัทโตชิบาครบรอบ 150 ปี บริษัทฯ กำลังเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร ยกระดับกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
สิ่งนี้จะทำให้บริษัทสามารถสนับสนุนความก้าวหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่องผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ด้วยปรัชญาของบริษัท “คำมั่นสัญญาต่อประชาชน คำมั่นสัญญาต่ออนาคต” โตชิบานำเสนอเทคโนโลยี ล้ำสมัยเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน (Green Transformation: GX) และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation: DX) เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทางสังคมในยุคปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกจากผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โตชิบามุ่งมั่นมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปีงบประมาณ 2567 กลุ่มบริษัทโตชิบามียอดขายรวม 3.5 ล้านล้านเยน และมีพนักงานกว่า 95,000 คนทั่วโลก
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ https://www.global.toshiba/ww/top.html และติดตาม โตชิบา คอร์ปอเรชั่น บน LinkedIn


