- Urban Striker รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Royal Enfield Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 โดยสำนักแต่ง Apollo Garage ประเทศไทย
- เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวรถคัสตอมคันนี้ Royal Enfield ได้จับมือกับ Fairtex (แฟร์เท็กซ์) ไอคอนแห่งวงการมวยไทยระดับโลก
Royal Enfield และ Fairtex ร่วมกันเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ประกอบด้วย นวมชกมวย กางเกงมวยไทย และเสื้อยืด

ประเทศไทย – 22 เมษายน 2569 – Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) ประกาศเปิดตัวผลงานคัสตอมรุ่นล่าสุด “Urban Striker” ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของ Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 โดยเป็นผลงานจากฝีมือของ Apollo Garage ประเทศไทย พร้อมกันนี้ Royal Enfield ยังได้ร่วมกับ Fairtex เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งนี้ด้วยไลน์สินค้าพรีเมียมและเครื่องแต่งกายสุดพิเศษกับนิยามแห่งจิตวิญญาณนักสู้บนท้องถนน
Urban Striker พัฒนามาจาก Guerrilla 450 ปี 2026 ซึ่งเป็นรถที่ถ่ายทอดนิยามของสตรีทโรดสเตอร์ได้เฉียบคมและทรงพลัง
ชื่อ “Urban Striker” สะท้อนถึงจิตวิญญาณแบบ Guerrilla ของ Royal Enfield และ DNA นักสู้มวยไทยของ Fairtex โดยตัวรถเป็นสัญลักษณ์ของทัศนคติที่ขบถ ไม่เกรงกลัวใคร และเปี่ยมด้วยพลังของโลกสตรีท
- ‘Urban’: เชื่อมโยงตัวรถเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่การเคลื่อนไหว สไตล์ และทัศนคติคือตัวตนของผู้ขับขี่
- ‘Striker’: จับเอาแก่นแท้ของความแม่นยำ ความดุดัน และพลังที่ควบคุมได้ในแบบฉบับมวยไทยมาไว้บนตัวรถ
ดีไซน์และการออกแบบ
Urban Striker สะท้อนรูปลักษณ์ที่ดิบและเน้นการใช้งานบนท้องถนน ตกแต่งด้วยสีพิเศษจากการคอลแลบบอเรชัน และติดตั้งแฮนด์แบบจับโช้ค (Clip-on) เพื่อสร้างท่านั่งที่ดุดัน เปรียบเสมือนความคล่องแคล่วและจดจ่อของนักมวยไทย งานสร้างนี้คือประจักษ์พยานถึง DNA ของทั้งสองแบรนด์ในด้านความแม่นยำ ความดุดัน และความแท้จริง
คุณมาโนจ กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Royal Enfield กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า “Royal Enfield เป็นแบรนด์ที่ไม่เพียงแต่นำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลก แต่ยังรวมถึงระบบการขับขี่ทั้งหมดสำหรับลูกค้า การเดินทางของเราถูกกำหนดด้วยการส่งมอบประสบการณ์ ‘Pure Motorcycling’ ผ่านมอเตอร์ไซค์ที่ทนทานและประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุด เราจึงมองหาประสบการณ์และแบรนด์ที่สอดคล้องกับเรา และด้วยแนวคิดนี้ทำให้เราจับมือกับ Fairtex พร้อมอวดโฉมรถคัสตอมบนพื้นฐานของ Guerrilla 450 ซึ่งช่วยให้เราใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยให้มากขึ้นด้วย”
พรีเมียมคอลเลกชัน Royal Enfield x Fairtex
การคอลแลบบอเรชันครั้งนี้หยั่งรากมาจากระเบียบวินัย ความแม่นยำ ความคล่องตัว และพลังที่ควบคุมได้ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของ “Urban Fighter” สินค้า Limited Edition นี้ประกอบด้วย
- กราฟิกบนถังน้ำมัน องค์ประกอบหลักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการพริ้วไหวของผ้าซาตินบนกางเกงมวยไทยขณะที่นักสู้เตรียมก้าวขึ้นสังเวียน สื่อถึงความสง่างามและความเข้มข้นของกีฬานี้
- สัญลักษณ์แห่งความภูมิใจ ตรงกลางถังน้ำมันประดับอักษรคำว่า “มวยไทย” เพื่อเชิดชูศิลปะการต่อสู้ประจำชาติและสะท้อนมรดกของแบรนด์ Fairtex ในระดับสากล
รายละเอียดสินค้าในคอลเลกชัน
- นวมชกมวย (Boxing Gloves) ผลิตจากหนัง Microfiber คุณภาพสูง น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย มาตรฐานระดับโลก ราคา 5,500 บาท
- กางเกงมวยไทย (Muay Thai Shorts) ผลิตจาก Micro Satin เกรดพรีเมียมตามมาตรฐานอาชีพ ซับในด้วยผ้าคอตตอนเนื้อนุ่มและงานปักสั่งทำพิเศษ ราคา 1,500 บาท
- เสื้อยืด (T-shirts) ผลิตจาก Premium Cotton C20 100% สวมใส่สบายและมีความทนทานสูง ราคา 1,200 บาท

ช่องทางการจัดจำหน่าย เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านทาง www.fairtex.com, Fairtex Official Store บน Shopee และ Lazada รวมถึงร้าน Flagship Store ในกรุงเทพฯ, ภูเก็ต, สมุย, หัวหิน, เชียงใหม่ และ Fairtex Training Center พัทยา
เกี่ยวกับ Royal Enfield:
Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) คือแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีสายการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 จากต้นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ได้ส่งต่อศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์มาสู่โรงงานผลิตในเมือง Madras ประเทศอินเดีย ในปี ค.ศ. 1955 ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ Royal Enfield สร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมรถสองล้อขนาดกลางในประเทศอินเดีย สเน่ห์ของ Royal Enfield คือความมีเอกลักษณ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานในการขับขี่ นับเป็นยานพาหนะที่เหมาะในการสำรวจเปิดโลก และแสดงออกถึงบุคลิกที่มีเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นแนวทางที่แบรนด์เรียกว่า Pure Motorcycling
รุ่นรถที่เป็นไฮไลต์ของ Royal Enfield ได้แก่ Bear 650, Classic 350, Guerrilla 450, Hunter 350, Meteor 350, Super Meteor 650, Interceptor 650, Continental GT 650, Shotgun 650, Himalayan Adventure Tourer, Scram 411, Bullet 350 และอีกมากมาย พร้อมกิจกรรมระดับโลก เช่น Motoverse (ชื่อเดิม Rider Mania) ซึ่งเป็นการรวมตัวประจำปีของผู้ที่ชื่นชอบ Royal Enfield หลากหลายพันคน จัดขึ้นที่รัฐโกอา ประเทศอินเดียและ Himalayan Odyssey ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
โรยัล เอ็นฟีลด์เป็นส่วนหนึ่งของ Eicher Motors Limited และมีศูนย์ประกอบ CKD ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย พร้อมด้วยเครือข่ายร้านค้ากว่า 2,000 แห่งในอินเดีย และเกือบ 850 แห่งในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
Royal Enfield คือหนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ Eicher Motors Limited ดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 2,000 แห่งในอินเดีย และเกือบ 850 แห่งในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ Royal Enfield ยังมีศูนย์ดูแลเชิงเทคนิคระดับโลกสองแห่งในเมือง Bruntingthorpe สหราชอาณาจักร และในเมือง Chennai ประเทศอินเดีย โดยโรงงานผลิตที่ทันสมัยทั้งสองแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ Oragadam และ Vallam Vadagal ใกล้กับเมือง Chennai ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ Royal Enfield ยังมีศูนย์ประกอบ CKD ทั่วโลก ได้แก่ เนปาล บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย รวมถึงในประเทศไทย


