วันพุธ, กุมภาพันธ์ 25, 2026
spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เดินแผนเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการป้องกัน ชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษขั้นสูง พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบเข้ม สร้างความมั่นใจภาคประชาชนและชุมชน

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เดินแผนเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการป้องกัน ชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษขั้นสูง พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบเข้ม สร้างความมั่นใจภาคประชาชนและชุมชน

-

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี) ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเชิงป้องกัน คุมเข้มการปล่อยมลสารเหนือเกณฑ์มาตรฐาน โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีระดับโลก Low NOx Burner, ESP และ FGD ดักจับมลพิษตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเปิดระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบ Real-time ดึงภาคประชาชนร่วมเฝ้าระวัง สร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมและประชาชนอย่างยั่งยืน

นายสุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ ผู้อำนวยการสายงานวิศวกรรม บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เผยถึงนโยบายการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติในการดูแลสิ่งแวดล้อมว่า หนึ่งในพันธกิจหลักของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ คือ การมุ่งเน้นในการพัฒนาพลังงานที่มั่นคง คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากสังคม ชุมชน และประชาชนในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ ซึ่งในทางปฏิบัติการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโรงไฟฟ้ากำหนดเกณฑ์การปล่อยมลสารที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานประเทศไทย ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 320 ppm ขณะที่ข้อกำหนด EIA คือ 262 ppm ค่าฝุ่นละออง (Particulate Matter) มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 120 mg/m3 (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร์) แต่ EIA กำหนดไว้เพียง 43 mg/m3 (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร์) และ ค่าออกไซด์ของไนโตรเจน มาตรฐานประเทศไทยอยู่ที่ 350 ppm ส่วนข้อกำหนด EIA อยู่ที่ 241 ppm จะเห็นได้ว่าค่า EIA มีความเข้มงวดต่ำกว่าค่ามาตรฐานประเทศไทยอย่างชัดเจน

ดังนั้น การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทางอากาศของโรงไฟฟ้าฯ จึงดำเนินการในเชิงรุกมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการดำเนินงานจนถึงวันนี้กว่า 15 ปี บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดูแล ควบคุม และบริหารจัดการปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างเข้มงวด ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเชื้อเพลิง โดยเลือกใช้ถ่านหินบิทูมินัสคุณภาพสูง เพื่อลดการเกิดมลพิษในกระบวนการเผาไหม้ กระบวนการขนถ่ายถ่านหินจากท่าเรือไปยังลานกองถ่านหินมีระบบสเปรย์น้ำป้องกันการฟุ้งกระจายตลอดทาง ขณะที่การลำเลียงถ่านหินสู่เตาเผาใช้สายพานลำเลียงระบบปิด และในกระบวนการผลิต โรงไฟฟ้าฯได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อลดการเกิดของเสียและมลพิษ อาทิ การออกแบบห้องเผาไหม้และการไหลของอากาศในเตาเผา เพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ตั้งแต่ต้นทางด้วยระบบ Low NOx Burner ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ต้องลงทุนค่อนข้างสูงและพบในโรงไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตและการดูแลสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator (ESP)) ที่ดักจับฝุ่นละเอียดได้สูงถึง 99% ส่วนที่เหลือจะถูกดักจับอีกครั้งในระบบดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization (FGD)) ซึ่งทั้ง 3 เทคโนโลยีดังกล่าวถือเป็นระบบมาตรฐานขั้นสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ส่วนการบริหารจัดการกับของเสียจากกระบวนการผลิต เช่น เถ้าถ่านหิน ได้รวบรวมและจำหน่ายเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ผสมในปูนซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ไม่เกิดเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากแนวทางปฏิบัติในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ ยังให้ความสำคัญกับการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบ โรงไฟฟ้าฯได้ติดตั้งระบบตรวจวัดมลสารอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) ที่ปล่องระบายความสูง 200 เมตร เพื่อเฝ้าติดตามค่าการปล่อยมลสารตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ (Air Quality Monitoring Station: AQMS)  จำนวน 4 แห่งรอบโรงไฟฟ้า เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และเพื่อความโปร่งใสบริษัทฯ ยังได้ติดตั้งป้ายธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม แสดงค่ามลสาร หน้าโรงไฟฟ้า พร้อมรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศต่อสาธารณะเป็นประจำทุกเดือนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท และ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี – BLCP Power Limited  อีกทั้งยังมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการ EIA ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากชุมชนและภาครัฐทุก 2 เดือน เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อให้ความมั่นใจว่าการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเป็นไปตามมาตรฐานและข้อตกลงที่ได้ร่วมกำหนดไว้กับชุมชนและประชาชนอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังดำเนินโครงการด้านสุขภาพร่วมกับสมาคมเพื่อนชุมชน และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของจังหวัดระยอง ในการติดตามดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ที่ครอบคลุมด้านสาธารณสุข การศึกษาและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลและการรับรองจากหลายหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระดับประเทศ อาทิ รางวัลด้านสิ่งแวดล้อม โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) อุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 รางวัลธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ธงขาว-ดาวเขียว) โดยกระทรวงอุตสาหกรรม รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม (Prime Minister Award) จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และรางวัล CSR-DIW Continuous Award ต่อเนื่องมากว่า 10 ปี รางวัล ISB Leader ในงาน I-EA-T Sustainable Business Forum & Awards 2024 จัดโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ฯลฯ ซึ่งรางวัลและการยอมรับเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนอย่างแท้จริง

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) “มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.blcp.co.th/web/index หรือ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี – BLCP Power Limited 

- Advertisment -

Must Read