วันจันทร์, ตุลาคม 12, 2026
spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกAuto Newsฟอร์ดมอบโอกาสผ่านทุนเมคคาทรอนิกส์ เปิดเส้นทางอาชีพให้บุตรพนักงาน 2 คน สู่ช่างเทคนิคโรงงานเอฟทีเอ็ม

ฟอร์ดมอบโอกาสผ่านทุนเมคคาทรอนิกส์ เปิดเส้นทางอาชีพให้บุตรพนักงาน 2 คน สู่ช่างเทคนิคโรงงานเอฟทีเอ็ม

-

ระยอง ประเทศไทย – 12 ตุลาคม 2569 เบื้องหลังการผลิตรถยนต์คุณภาพของโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (Ford Thailand Manufacturing: FTM) นอกจากความทุ่มเทของพนักงานแล้ว ยังมีเรื่องราวของครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่บุตรหลาน โดยฟอร์ดได้ร่วมสนับสนุนความมุ่งมั่นดังกล่าวผ่านโครงการทุนการศึกษา ซึ่งล่าสุดบุตรของพนักงานเอฟทีเอ็ม 2 คน สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และก้าวเข้าสู่การทำงานในโรงงานในฐานะช่างเทคนิคประจำ

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนผลจากการสนับสนุนด้านการศึกษาที่เชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการทำงานจริง พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถนำความรู้และทักษะวิชาชีพมาต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมยานยนต์

ฟอร์ดร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ดำเนินโครงการจัดการเรียนรู้แบบทวิภาคี (Apprenticeship Program) พร้อมมอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่าในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเมคคาทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสาขาที่บูรณาการความรู้ด้านเครื่องกล ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากการสนับสนุนทุนให้พนักงานศึกษาต่อเพื่อยกระดับทักษะ ควบคู่กับการมอบทุนแก่นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ก่อนขยายโอกาสไปยังบุตรของพนักงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครอบครัว และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพ

ในปี 2569 บุตรของพนักงานเอฟทีเอ็ม 2 คน สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ โดยคนแรกเข้ารับตำแหน่งช่างเทคนิคประจำแผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ (Integrated Stamping & Body Shop) ส่วนอีกคนเข้าทำงานเป็นช่างเทคนิคประจำแผนกพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop)

คุณประกายรัตน์ พรมสุข พนักงานแผนกวางแผนชิ้นส่วนและโลจิสติกส์ ซึ่งบุตรชายได้รับทุนการศึกษาจากฟอร์ดและเข้าทำงานในแผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ กล่าวว่า ในฐานะแม่ ความคาดหวังสำคัญคือการได้เห็นลูกเรียนในสาขาที่สนใจและมีงานทำที่มั่นคง การได้รับทุนจากฟอร์ดช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และทำให้รู้สึกภูมิใจที่ลูกสามารถนำความรู้ความสามารถของตนเองมาต่อยอดสู่การทำงานจริง

ด้านคุณพีรวิชญ์ พรมสุข ช่างเทคนิคประจำแผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ กล่าวว่า ทุนการศึกษาจากฟอร์ดเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติงานจริงเกี่ยวกับเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติสมัยใหม่ โดยความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาใช้ในการทำงานที่โรงงานได้โดยตรง

คุณพีรวิชญ์ยังกล่าวถึงความภาคภูมิใจที่ได้เริ่มต้นอาชีพกับฟอร์ด และสามารถสร้างความสุขให้แก่ครอบครัว หลังจากได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ช่วยวางรากฐานสำหรับการทำงานในสายช่างเทคนิค

ขณะที่คุณขวัญชัย บุญกำเนิด พนักงานแผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ กล่าวว่า การที่บุตรชายได้รับทุนการศึกษาและได้เข้าทำงานในโรงงานเดียวกัน เป็นความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นจากโอกาสที่บริษัทมอบให้แก่ครอบครัวพนักงาน พร้อมสร้างความมั่นใจว่าบุตรชายมีโอกาสสร้างอนาคตทางอาชีพของตนเอง

ด้านคุณสิรวิชญ์ บุญกำเนิด บุตรชายของคุณขวัญชัย ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นช่างเทคนิคประจำแผนกพ่นสีรถยนต์ กล่าวว่า ตนเห็นบิดาทำงานกับฟอร์ดมาตั้งแต่วัยเด็ก และรับรู้ถึงความภาคภูมิใจที่บิดามีต่อการทำงาน การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจึงมีความหมายทั้งในด้านอาชีพและความสัมพันธ์ในครอบครัว

ทั้งสองครอบครัวสะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนทางการศึกษาไม่เพียงช่วยลดภาระของผู้ปกครอง แต่ยังสามารถเปิดเส้นทางให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะและเริ่มต้นอาชีพด้วยความรู้ที่ตรงกับงาน

คุณวินโค้ ซาริค ผู้อำนวยการบริหาร โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง กล่าวว่า การลงทุนของฟอร์ดในประเทศไทยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลประกอบการทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตในระยะยาวควบคู่กับสังคมไทย โดยเชื่อว่าการพัฒนาคนผ่านโอกาสทางการศึกษาและการยกระดับทักษะด้านวิศวกรรมเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

คุณวินโค้ยังกล่าวว่า การได้เห็นบุตรของพนักงานนำความรู้และทักษะจากการศึกษาเข้ามาทำงานในโรงงานเอฟทีเอ็ม เป็นภาพสะท้อนของความผูกพันระหว่างองค์กรกับครอบครัวพนักงาน และแสดงให้เห็นว่าการสร้างโอกาสสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนากำลังคนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้

ฟอร์ดมีเป้าหมายสนับสนุนให้ทั้งพนักงานและเยาวชนเติบโตตามเส้นทางที่เลือก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือการเข้าสู่สายอาชีพช่างเทคนิค โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการใช้ศักยภาพของแต่ละคนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การที่บุตรพนักงานเอฟทีเอ็มทั้ง 2 คน ได้เริ่มต้นทำงานในโรงงานฟอร์ด สะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางจากการสนับสนุนด้านการศึกษาสู่การสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถานศึกษาเข้ากับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน

จากจุดเริ่มต้นที่พ่อแม่มุ่งสร้างอนาคตให้บุตรหลาน สู่วันที่คนรุ่นใหม่สามารถนำความรู้มาสร้างเส้นทางอาชีพของตนเอง เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัว แต่ยังเป็นอีกแนวทางในการเตรียมความพร้อมให้กำลังคนไทยเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะยาว

 

- Advertisment -

Must Read