วันศุกร์, ตุลาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกAuto Newsบีจี กรุ๊ป บุกตลาดรถหรู ฮุบกิจการ 'อมร เพรสทีจ' 100% ดัน 'บีจี มอเตอร์ส' ลุยดีลเลอร์ BMW...

บีจี กรุ๊ป บุกตลาดรถหรู ฮุบกิจการ ‘อมร เพรสทีจ’ 100% ดัน ‘บีจี มอเตอร์ส’ ลุยดีลเลอร์ BMW เต็มสูบ

-

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ หลัง บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป (BG Group) กลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด แบบ 100% โดยการบริหารงานโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนผ่านไปอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ บริษัท บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ นับเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอครั้งสำคัญของ บีจี กรุ๊ป ซึ่งมีรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งมายาวนานกว่า 50 ปี ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์, วัสดุก่อสร้าง, พลังงานหมุนเวียน และกีฬาและไลฟ์สไตล์ โดยมุ่งเป้าที่จะต่อยอดความเป็นเลิศทางธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ความร่วมมือกับบีจี กรุ๊ป ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม บีจี กรุ๊ป มีทั้งวิสัยทัศน์ ศักยภาพด้านการลงทุน และความใส่ใจลูกค้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสานต่อความไว้วางใจที่ อมร เพรสทีจ ได้สร้างไว้ แต่ยังเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ที่จะช่วยพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต”

ด้าน คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “การตัดสินใจของบีจี กรุ๊ป สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว นี่ไม่ใช่เพียงการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นโอกาสในการลงทุนกับแบรนด์ระดับโลก เรามุ่งหวังที่จะนำความเชี่ยวชาญของอมร เพรสทีจ มาผสานกับศักยภาพด้านการลงทุนของบีจี กรุ๊ป เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจของลูกค้าตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์”

สำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ ลูกค้าของ อมร เพรสทีจ จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ โดยบีเอ็มดับเบิลยูและบีจี กรุ๊ป ยืนยันว่าการให้บริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายจะดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ โดยครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้ง 3 สาขาเดิม ได้แก่:

  1. สาขารัชดาภิเษก (โชว์รูมและศูนย์บริการสำนักงานใหญ่)

  2. สาขารัชโยธิน (ศูนย์บริการเฉพาะทาง หรือ Service Only Outlet)

  3. สาขารังสิต (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง)

ทั้งนี้ ลูกค้ายังคงสามารถใช้ข้อมูลการติดต่อส่วนกลางหมายเลขเดิมได้ทุกประการ เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการในช่วงการเปลี่ยนผ่าน โดยสามารถติดต่อทั้ง 3 สาขาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-513-9555

- Advertisment -

Must Read