
บี.กริม เพาเวอร์ เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจรองรับทิศทาง PDP 2026 พร้อมขยายธุรกิจด้าน Digital Infrastructure และ Data Center เผยปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าที่พร้อมเชื่อมต่อให้ลูกค้ารวมกว่า 250 เมกะวัตต์ในพื้นที่มาบตาพุดและอ่างทอง ขณะที่ Data Center ในชลบุรีขนาด 96 เมกะวัตต์คืบหน้ากว่า 45%
กรุงเทพฯ — บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเตรียมปรับโครงสร้างหน่วยธุรกิจเพื่อรองรับทิศทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 พร้อมขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center และระบบจัดการพลังงาน
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้จัดโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายพัฒนาธุรกิจจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจ Energy Tech ที่ครอบคลุมทั้งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ Data Center
ข้อมูลของบริษัทระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศในกรณีสูง (High Case) อาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77,374 เมกะวัตต์ภายในปี 2593 ขณะที่กลุ่ม Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 3,000–4,000 เมกะวัตต์
สำหรับ 4 กลุ่มธุรกิจที่ BGRIM จัดตั้งขึ้น ประกอบด้วย
- บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ดำเนินธุรกิจด้าน Digital Infrastructure-as-a-Service (DIaaS) โดยต่อยอดจากโครงข่าย Smart Micro Grid ซึ่งมีความยาวรวมกว่า 216.76 กิโลเมตร และเตรียมรองรับรูปแบบการใช้โครงข่ายผ่านกลไก Third Party Access (TPA) ตามทิศทางของ PDP 2026
- บี.กริม ไอเน็ต เป็นธุรกิจที่เกิดจากความร่วมมือกับไอเน็ต โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับนิคมอุตสาหกรรม และรองรับการบริหารจัดการข้อมูลภายในพื้นที่อุตสาหกรรม
- ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ดำเนินโครงการ Data Center ขนาด 96 เมกะวัตต์ ในจังหวัดชลบุรี มูลค่าโครงการประมาณ 26,000 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้ากว่า 45% และมีแผนทยอยเปิดดำเนินการบางส่วนในช่วงปลายปี 2569 โดยบริษัทตั้งเป้าขยายกำลังรองรับรวมเป็น 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573
- ธุรกิจพลังงานสะอาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ Green

