
กรุงเทพฯ 13 สิงหาคม 2569 — เลกซัสเปิดตัว The All-New Lexus ES ซีดานหรูเจเนอเรชันที่ 8 ในประเทศไทย โดยได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมด พร้อมนำเสนอระบบขับเคลื่อน 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบ BEV ภายใต้แนวคิด “Experience Elegant and Electrified Sedan”
การเปิดตัวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ สเฟียร์ แกลอรี่ 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ โดยมี นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้แถลงรายละเอียดรถยนต์รุ่นใหม่
The All-New Lexus ES เจเนอเรชันที่ 8
Lexus ES เป็นรถยนต์ซีดานหรูขนาดกลางที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2532 พร้อมกับการเปิดตัวแบรนด์ Lexus และ Lexus LS ในสหรัฐอเมริกา โดยจุดเด่นของ ES ตั้งแต่รุ่นแรกอยู่ที่ความนุ่มนวลในการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร และพื้นที่ใช้สอย
สำหรับประเทศไทย Lexus ES เริ่มทำตลาดครั้งแรกในปี 2537 และได้รับความนิยมในกลุ่มรถยนต์ซีดานหรู โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการใช้งานในรูปแบบรถยนต์สำหรับผู้บริหาร
The All-New Lexus ES เป็นรถยนต์เจเนอเรชันที่ 8 ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งด้านการออกแบบ ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยี โดยรุ่นนี้เป็นรถยนต์ BEV รุ่นที่ 2 ของ Lexus และเป็นรถซีดาน BEV รุ่นแรกของแบรนด์
นายศุภกรกล่าวว่า The All-New Lexus ES ได้รับการพัฒนาให้รองรับแนวทางการใช้พลังงานที่หลากหลายของ Lexus โดยนำเสนอทั้งระบบ Hybrid และ BEV ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย

5 จุดเด่นของ The All-New Lexus ES
1. การออกแบบใหม่
The All-New Lexus ES มาพร้อมการออกแบบภายนอกใหม่ โดยใช้แนวทาง Spindle Body เจเนอเรชันใหม่ พร้อมไฟหน้า Twin L Signature Lamp และไฟท้ายแบบ Slim Light Bar
ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด Clean Tech and Elegant เน้นพื้นที่ใช้สอยและบรรยากาศภายในที่เรียบง่าย โดยผสมผสานวัสดุและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
2. ระบบขับเคลื่อน 2 ทางเลือก
Lexus ES ใหม่มีระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้ง Hybrid เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ และ ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า BEV เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน
การนำเสนอทั้งสองระบบสอดคล้องกับแนวทาง Multi-Pathway Strategy ของ Lexus ที่เลือกพัฒนาระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบควบคู่กัน เพื่อมุ่งสู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทระบุว่า แบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์จะมีการดำเนินการกำจัดผ่านบริษัทที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน
3. เทคโนโลยีภายใน
อุปกรณ์ภายในของ The All-New Lexus ES ประกอบด้วยระบบ Hidden Switches ระบบเปลี่ยนเกียร์ Electro-Shiftmatic และระบบมัลติมีเดียเจเนอเรชันใหม่ พร้อมระบบเครื่องเสียง Mark Levinson™
4. ระบบความปลอดภัย
รถติดตั้งระบบ Lexus Safety System+ 4.0 ซึ่งเป็นชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยของ Lexus โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยีตรวจจับและช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่าง ๆ ระหว่างการขับขี่
5. สมรรถนะการขับขี่

The All-New Lexus ES ยังคงแนวทางการพัฒนาตาม Lexus Driving Signature โดยเน้นการตอบสนองของรถที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล พร้อมการควบคุมที่มั่นใจในการขับขี่
ราคา The All-New Lexus ES ในประเทศไทย
The All-New Lexus ES มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
- ES 350e Premium ราคา 3,290,000 บาท
- ES 350h Grand Luxury ราคา 3,890,000 บาท
มีสีภายนอกให้เลือก 7 สี ได้แก่ White Nova Glass Flake, Sonic Iridium, Graphite Black Glass Flake, Sonic Titanium, Sonic Chrome, Sonic Copper และสีใหม่ SOU ขณะที่สีภายในมี 2 สี ได้แก่ Hazel และ Black
แคมเปญช่วงเปิดตัว
สำหรับผู้ที่ซื้อ The All-New Lexus ES ระหว่างวันที่ 13–31 สิงหาคม 2569 เลกซัสจัดแพ็กเกจ Lexus Exclusive Package (LXP) แบบ Standard มูลค่า 50,000 บาท โดยประกอบด้วย
- ค่าแรงเช็กระยะเพิ่มเติมจาก 60,000 ถึง 100,000 กิโลเมตร หรือ 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
- ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี
ทั้งนี้ เงื่อนไขและรายละเอียดของแคมเปญเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
เตรียมจัด Lexus Electrified Roadshow หลังการเปิดตัว เลกซัสเตรียมจัดกิจกรรม Lexus Electrified Roadshow ระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 ณ สเฟียร์ แกลอรี่ 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เพื่อให้ผู้สนใจได้ชมรถยนต์รุ่นใหม่และทดลองสัมผัสการใช้งาน
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Showroom Roadshow ที่โชว์รูมเลกซัสอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 โดยลูกค้าสามารถทดลองขับ The All-New Lexus ES ได้
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The All-New Lexus ES สามารถติดตามได้ผ่าน Lexus Thailand เว็บไซต์ของ Lexus และ LINE Official Account @lexusthailand

