
บลจ.กรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโต โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และการบริโภคในสหรัฐฯ แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมแนะนำกระจายการลงทุนไปยังหุ้นเชิงรับ (Defensive) เช่น กลุ่มปันผลและเฮลท์แคร์ เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) 691,000 ล้านบาท และยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมมือกับ Invesco เปิดตัวกองทุนใหม่ 3 กองทุน พร้อมยกระดับช่องทางดิจิทัลผ่าน LINE Connect และ @ccess Mobile

ด้านนายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน ระบุว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังแข็งแกร่ง แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินเฟ้อ การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดเป็นระยะ
สำหรับประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน การส่งออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนและภาระหนี้ครัวเรือน
ในด้านการลงทุน บลจ.กรุงศรียังคงให้น้ำหนัก Neutral กับตราสารหนี้ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ขณะที่หุ้นไทยยังมีมุมมองเชิงบวกจากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ เงินทุนต่างชาติ และการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน
สำหรับธีมการลงทุนเด่นของปี 2569 บริษัทยังคงแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยี โดยเฉพาะช่วงที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ปรับฐาน พร้อมแนะนำเพิ่มสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Defensive ได้แก่ Global Dividend และ Healthcare เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง
ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง บลจ.กรุงศรีแนะนำจัดพอร์ตลงทุนในสัดส่วน หุ้น 50% และตราสารหนี้ 50% ครอบคลุมทั้งหุ้นโลก หุ้นเทคโนโลยี หุ้นจีน หุ้นปันผล และกลุ่มเฮลท์แคร์ ควบคู่กับการลงทุนในกองทุน RMF และ Thai ESG เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี

