เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่

0
644
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราส่งท้ายปีที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์พรีเมียมครบครันทุกเซ็กเมนต์ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง EQ รวมกว่า 25 รุ่นที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมีไฮไลต์เป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศใหม่ 2 รุ่นได้แก่ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic รถยนต์คอมแพ็ค      เอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น ระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และ Mercedes-Benz A-Class ยนตรกรรมขนาดคอมแพ็คสุดโฉบเฉี่ยวใหม่ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 1,990,000 บาท มาจัดแสดงภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมอบแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีสำหรับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อและรับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2563 รับฟรี iPhone 12 มูลค่ากว่า 32,000 บาท (จำนวน 1 เครื่อง/รถยนต์ 1 คัน) ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ เราได้เตรียมทัพรถยนต์พรีเมียมครบครันทุกเซ็กเมนต์ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง              “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง EQ รวมกว่า 25 รุ่นที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมีไฮไลต์พิเศษเป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่นที่จะมากระตุ้นตลาดรถยนต์พรีเมียมในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ได้แก่ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” และ “Mercedes-Benz A-Class” ใหม่ ที่มาพร้อมราคาที่แข่งขันได้และดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งด้วยออปชันที่เรานำเสนอในรถยนต์ ภายใต้ดีไซน์ที่มีความโดดเด่น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบครบครัน เมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน เนื่องจากการเป็นรุ่นประกอบในประเทศ เรามั่นใจว่าทั้ง 2 รุ่น รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่เราเตรียมมาจัดแสดง จะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ที่เข้ามาชมงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้อย่างแน่นอน”

สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี เมอร์เซเดส-เบนซ์ยกทัพรถยนต์พรีเมียมมาจัดแสดงครบทุกเซ็กเมนต์กว่า 25 รุ่น อาทิ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+,      Mercedes-Benz C 300 e AMG Sport, Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic, Mercedes-Benz   S 560 e AMG Premium, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic,     Mercedes-Benz V 250 d Business PLUS, Mercedes-Benz GLB 200 Progressive และอีกหลายรุ่น โดยมีไฮไลต์เป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ได้แก่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคย เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวให้กับทุกการเดินทางด้วยขุมพลังขนาด 1,332 ซีซี ทว่าให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.7-6.0 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ภายใต้การกำหนดสัดส่วนของตัวถังให้สั้นลงเล็กน้อย       ดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทว่ามาพร้อมความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นกว่า 10 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นด้วย ภายในห้องโดยสารให้สัมผัสของการสร้างสรรค์สเกลการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียดด้วยสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น และให้ความรู้สึกกว้างขวางที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้ามานั่ง พร้อมเติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior Package และความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถและการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า รวมถึง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ราคา 2,399,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่

Mercedes-Benz A-Class คือยนตรกรรมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 250     นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรงและดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกที่โดดเด่น ผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ส่วนภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด รูปลักษณ์ของหน้าปัดออกแบบมาอย่างล้ำสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในทุกรายละเอียด พร้อมความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น

Mercedes-Benz A-Class ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถและการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า รวมถึง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่

Mercedes-Benz A-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท
  • Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดเต็มความหรูหราพร้อมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 37 ด้วยทัพรถยนต์ครบครันทุกเซ็กเมนต์นำโดย “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่

ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นและแคมเปญพิเศษได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ  นอกจากนี้ทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน StarFest 2020: The Greatest Offers กับโอกาสครั้งสำคัญที่สุดที่ลูกค้าและผู้สนใจจะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับที่งาน

มหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน -20 ธันวาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์

อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

Mercedes-Benz A-Class

Mercedes-Benz A-Class คือยนตรกรรมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ เพราะนอกจากจะเป็นรถยนต์ระดับพรีเมียมรุ่นแรกในตลาดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า รถยนต์คันนี้ยังถือเป็นคอมแพ็คคาร์ที่มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน ด้วยแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที จึงให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลาเพียง 8.1 วินาที ทว่ามีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124  กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class นั้น สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรงและดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกที่โดดเด่นด้วยการตัดทอนเส้นสายและช่องว่างให้มีน้อยที่สุด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ด้านหน้าของตัวรถดูมีความล้ำสมัยสอดรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาว กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน พร้อมตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์สอดรับกับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง ส่วนกระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี นอกจากนั้นยังมีล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ และโคมไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความเพรียวบาง และกรอบโครเมียมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง

ภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด โดยจะมีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงไหล่ ข้อศอก และเหนือศีรษะมากกว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ประเภทเดียวกัน รวมไปถึงการออกแบบห้องโดยสารตอนหลังให้เข้าออกได้ง่าย ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร พวงมาลัยของรถยนต์รุ่นนี้ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนังชนิด nappa พร้อมระบบควบคุมหน้าจอบนพวงมาลัยแบบ Touch control ส่วนเบาะที่นั่งเพิ่มความกระชับในการขับขี่ด้วยเบาะที่นั่งแบบ sport seat หุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ด้วยเข็มขัดนิรภัยตกแต่งด้วยสีแดง และมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ อีกทั้งเบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40

รูปลักษณ์ของหน้าปัดมีความล้ำสมัยด้วยการออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 16:9 เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์พร้อมระบบปฏิบัติการหน้าจอแบบ MBUX ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ส่วนช่องลมของเครื่องปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากใบพัดของเครื่องบินเจ็ท (turbine) นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังมีระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยของ Mercedes-Benz A-Class มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถและการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้  คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ           มีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่าง ๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

  • Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนและถุงลมนิรภัยทำงาน เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
  • Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชันของ Mercedes me connect ได้
  • Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่าง ๆ ได้
  • Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
  • Online Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes Me Service

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุดคือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบ AR ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
  • Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
  • Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”

 

รุ่น เครื่องยนต์ ปริมาตร

กระบอกสูบ (ซีซี)

แรงม้าสูงสุด
 (แรงม้า/รอบต่อนาที)
แรงบิดสูงสุด

(นิวตันเมตร/รอบต่อนาที)

อัตราเร่ง

0-100

กม./ชม.
(
วินาที)

ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.) อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย (ลิตร/กม.)
Mercedes-Benz A-Class เบนซิน 4 สูบ

เทอร์โบ

1,332 163 / 5,500 250 / 1,620-4,000 8.1 230 5.2-5.4 / 100

 

Mercedes-Benz A-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท
  • Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท

 

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic คือรถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อม   คาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคย เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวให้กับทุกการเดินทางด้วยขุมพลังขนาด 1,332 ซีซี ทว่าให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา 8.7 วินาที ทว่ามีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 130-137  กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.7-6.0 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ภายใต้การกำหนดสัดส่วนของตัวถังให้สั้นลงเล็กน้อย       ดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทว่าห้องโดยสารกลับมีพื้นที่ที่กว้างขึ้น ด้วยความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,605 มิลลิเมตร (1,610 มิลลิเมตรเมื่อรวมราวหลังคา) หรือสูงขึ้นกว่า 10 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน จึงทำให้ตัวรถในภาพรวมดูมีรูปทรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น เส้นสายอันทรงพลังและเส้นกระจกข้างที่ดูปราดเปรียวในสไตล์รถยนต์คูเป้ยังคงได้รับการรักษาเอาไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถยนต์รุ่น GLA ช่วยเติมเต็มความสปอร์ตเร้าใจในทุกมุมมอง

ส่วนหน้าของตัวรถโดยเฉพาะกระจังหน้าและไฟหน้ายังคงให้รายละเอียดที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์เอสยูวีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยไฟหน้ารถนั้นถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ความแม่นยำในการออกแบบ และคุณภาพในระดับสูงสุด ส่วนด้านท้ายดูกว้างขึ้นเมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์เลือกออกแบบให้     ไฟท้ายถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในแต่ละฝั่ง โดยปรับตำแหน่งของทับทิมสะท้อนแสงมาไว้ที่บริเวณกันชนท้าย ส่งผลให้ประตูด้านหลังสามารถเปิดได้กว้างขึ้นกว่าเดิมและจัดเก็บสัมภาระได้ง่ายขึ้น

ภายในห้องโดยสารให้สัมผัสของการสร้างสรรค์สเกลการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียดด้วยสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น ทั้งยังเพิ่มความกว้างขวางเข้ามาในรถยนต์ขนาดคอมแพ็ครุ่นนี้ในแบบที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้ามานั่งอยู่ภายในห้องโดยสาร โดยห้องโดยสารได้รับการออกแบบและเติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package ในส่วนของหน้าปัดที่ดูล้ำสมัยด้วยการออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้าผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 16:9 เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ พร้อมระบบปฏิบัติการหน้าจอแบบ MBUX ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ส่วนช่องลมของเครื่องปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากใบพัดของเครื่องบินเจ็ต (turbine) เป็นต้นแบบ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดแบบสปอร์ตที่ถูกบรรจุไว้ในทุกส่วน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ตกแต่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง nappa รวมไปถึงระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย เช่น ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถและการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลต์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้คือ บริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

  • Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนและถุงลมนิรภัยทำงาน เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
  • Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชันของ Mercedes me connect ได้
  • Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่าง ๆ ได้
  • Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
  • Online Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes Me Service

 

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุดคือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบ AR ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
  • Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
  • Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”

 

 

 

รุ่น เครื่องยนต์ ปริมาตร

กระบอกสูบ (ซีซี)

แรงม้าสูงสุด
 (แรงม้า/รอบต่อนาที)
แรงบิดสูงสุด

(นิวตันเมตร/รอบต่อนาที)

อัตราเร่ง

0-100

กม./ชม.
(
วินาที)

ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.) อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย (ลิตร/กม.)
Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic เบนซิน 4 สูบ

เทอร์โบ

1,332 163 / 5,500 250 / 1,620-4,000 8.7 210 5.7-6.0 / 100

 

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 2,399,000 บาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่