‘มิชลิน’ เปิดตัว MICHELIN PILOT SPORT EV ยางมิชลินรุ่นแรกสำหรับ รถสปอร์ตไฟฟ้า ตอกย้ำการก้าวรุดหน้าสู่การสัญจรที่ยั่งยืน

0
136
‘มิชลิน’ เปิดตัว MICHELIN PILOT SPORT EV ยางมิชลินรุ่นแรกสำหรับ รถสปอร์ตไฟฟ้า ตอกย้ำการก้าวรุดหน้าสู่การสัญจรที่ยั่งยืน
‘มิชลิน’ เปิดตัว MICHELIN PILOT SPORT EV ยางมิชลินรุ่นแรกสำหรับ รถสปอร์ตไฟฟ้า ตอกย้ำการก้าวรุดหน้าสู่การสัญจรที่ยั่งยืน

Ÿ เป็นยางมิชลินรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่รถสปอร์ตไฟฟ้า ทั้งด้านสมรรถนะการบังคับควบคุมและระยะทางในการวิ่ง

Ÿ มีระดับเสียงรบกวนต่ำจึงให้ความสบายที่เหนือกว่าตลอดการเดินทาง1

Ÿ ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าซึ่งถ่ายทอดมาจากการแข่งรถ ‘ฟอร์มูลา อี’

Ÿ เป็นยางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในกระบวนการก่อนการขาย ณ จุดขาย2

‘มิชลิน’ เปิดตัว MICHELIN PILOT SPORT EV ยางมิชลินรุ่นแรกสำหรับ รถสปอร์ตไฟฟ้า ตอกย้ำการก้าวรุดหน้าสู่การสัญจรที่ยั่งยืน
‘มิชลิน’ เปิดตัว MICHELIN PILOT SPORT EV ยางมิชลินรุ่นแรกสำหรับ รถสปอร์ตไฟฟ้า ตอกย้ำการก้าวรุดหน้าสู่การสัญจรที่ยั่งยืน

ล่าสุด มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก ได้เปิดตัว ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ (MICHELIN Pilot Sport EV) ยางรุ่นแรกในตระกูล ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต’ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าโดยเฉพาะ การเปิดตัวนวัตกรรมยางครั้งนี้มุ่งรองรับแนวโน้มการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินที่มีต่อการสัญจรอย่างยั่งยืน

นันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม, ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2563 จำนวนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งสูงถึงกว่า 10 ล้านคัน เป็นที่ชัดเจนว่ายานยนต์ไฟฟ้าคือแนวโน้มสู่อนาคตปี 2573 แต่ที่มิชลิน…เราต้องการสร้างอนาคตเรื่องการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นเสียตั้งแต่วันนี้  ด้วยเหตุนี้ เราจึงภูมิใจนำเสนอยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากประสบการณ์กว่า 6 ปี ของมิชลินในการแข่งขัน ‘ฟอร์มูลา อี’ ส่งผลให้ยางรุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นในการส่งเสริมสมรรถนะของรถสปอร์ตไฟฟ้าให้ถึงขีดสุด ทั้งยังให้ความเพลิดเพลินและความปลอดภัยที่เหนือกว่าขณะขับขี่

ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ ให้คุณสมบัติที่โดดเด่น อาทิ

▪ศักยภาพในการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง3,4 ไม่ว่ายางจะสึกอยู่ที่ระดับใดก็ตาม5  โดยคำนึงถึงน้ำหนักตัวรถและการกระจายน้ำหนักที่มากกว่าของรถสปอร์ตไฟฟ้า

▪ความสามารถในการต้านทานการสึกหรอที่โดดเด่น6 สามารถรองรับแรงเร่งและแรงบิดสูงอันเป็นลักษณะเฉพาะของรถสปอร์ตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

▪แรงต้านทานการหมุนที่ต่ำมากของยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ ส่งผลให้มีระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นถึง 60 กิโลเมตร ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานรถสปอร์ตไฟฟ้าได้เต็มสมรรถนะถึงขีดสุด7

▪ประสิทธิภาพในการลดระดับเสียงรบกวนลงได้ถึง 20% ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN AcousticTM ซึ่งอยู่ในรูปโฟมโพลียูรีเธนที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร จึงให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่รถสปอร์ตไฟฟ้าที่เหนือกว่า1

ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าซึ่งถ่ายทอดมาจากการแข่งรถ ‘ฟอร์มูลา อี’

มิชลิน ในฐานะพันธมิตรผู้ก่อตั้งการแข่งรถ ‘ฟอร์มูลา อี’ (Formula E) มุ่งมั่นนำเสนอโซลูชั่นสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าประเภทที่นั่งเดี่ยวซึ่งใช้ในการแข่งขัน ‘ฟอร์มูลา อี’  โดยยางมิชลินสำหรับการแข่งรถ รายการดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับยางสำหรับวิ่งบนถนนทางเรียบ แต่มีประสิทธิภาพสำหรับการแข่งขันประลองความเร็วในทุกสภาพอากาศ  ทั้งนี้ ขนาดยางซึ่งอยู่ที่ 19 นิ้ว เป็นไปตามมาตรฐานยางสำหรับรถยนต์ทางเรียบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ เป็นพัฒนาการจากความสำเร็จของมิชลินในการแข่งรถ ‘ฟอร์มูลา อี’กว่า 6 ฤดูกาล โดยมาพร้อมเทคโนโลยี ElectricGrip CompoundTM ซึ่งใช้เนื้อยางที่มีความแข็งแกร่งสูงบริเวณตอนกลางของหน้ายาง จึงให้การยึดเกาะที่รองรับแรงบิดสูงของรถสปอร์ตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันแก้มยางยังมีลวดลายและลักษณะพื้นผิวคล้ายกำมะหยี่เช่นเดียวกับยางมิชลินที่ใช้ในการแข่งรถ ‘ฟอร์มูลา อี’ ด้วย

ยางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในกระบวนการก่อนการขาย ณ จุดขาย2

เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตลอดอายุการใช้งานยาง รวมทั้งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่รถสปอร์ตไฟฟ้า มิชลินได้ให้คำมั่นที่จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในกิจกรรมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการขนส่งผลิตภัณฑ์ยางไปยังจุดจำหน่าย  กระบวนการนี้ครอบคลุมการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการต่างๆ ที่มุ่งชดเชยและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยางและตกค้างอยู่ ผ่านกองทุนคาร์บอน Livelihoods Carbon Fund (LCF) จนกว่าจะสามารถขจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือศูนย์

ปัจจุบัน มิชลินเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีบทบาทในตลาดยางรถสปอร์ตไฟฟ้า ทั้งประเภทยางมาตรฐานติดรถและยางเปลี่ยนทดแทน  ทั้งนี้ ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ จะเริ่มทยอยออกวางจำหน่ายในปี 2564 โดยมีให้เลือก 16 ขนาด (ยางมาตรฐานติดรถ 11 ขนาด และยางสำหรับเปลี่ยนทดแทน 5 ขนาด) สำหรับล้อขอบ 18-22 นิ้ว

อนึ่ง ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ ขนาด 20 นิ้ว ได้รับการรับรองให้ใช้งานกับรถยนต์ ‘เทสลา โมเดล วาย’ (Tesla Model Y) ซึ่งทำตลาดในประเทศจีน ทั้งยังจะเป็นยางที่ทำตลาดทั่วโลก ครอบคลุมการใช้งานกับยานยนต์ในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือในปลายปี 2564  นอกจากนี้ มิชลินยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายในตลาดที่มีการเติบโตสูงให้ได้เป็น 8 เท่า ภายในปี 2567

ในประเทศไทย ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ มีวางจำหน่ายผ่านการสั่งจองล่วงหน้า 7 ขนาด (ขอบ 19-22 นิ้ว) ณ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ  ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th หรือ MICHELIN Hotline 02-700-3993

คลิกเพื่อดาวน์โหลดภาพยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ ได้ที่:

https://contentcenter.michelin.com/portal/shared-board/342f0bbe-40c1-4e91-bf45-5faa89ce7e46

1 ผลการวัดระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (ช่วงความถี่ 170-230 เฮิรตซ์) ซึ่งดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยใช้รถ KIA Cadenza ที่ติดตั้งยางขนาด 245/45 R19  ทั้งนี้ เป็นการวัดระดับเสียงรบกวนที่ช่วงความถี่ 170-230 เฮิรตซ์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรถยนต์ที่ใช้ ขนาดและระยะวิ่งของยาง ความเร็วในการขับขี่ ตลอดจนสภาพถนน  

2 มิชลินสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากพื้นที่โรงงานลงได้ถึงร้อยละ 25 มาตั้งแต่ปี 2553 และตั้งเป้าที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593  ทั้งนี้ มิชลินได้สนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการต่างๆ ที่มุ่งดูดซับหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ได้รับคาร์บอนเครดิตจากโครงการเหล่านี้เทียบเท่ากับระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตกค้างในกระบวนการผลิตยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ (ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงการจัดส่งผลิตภัณฑ์ยางให้กับลูกค้า) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Livelihoods Carbon Fund ได้ที่: https://www.michelin.com/en/sustainable-development-mobility/environment/

3 มิชลินได้ทำการศึกษาเรื่องความหนึบในการเข้าโค้งเมื่อเดือนตุลาคม 2563 โดยนำยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวีและยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4 เอสยูวี ขนาด 255/45 R19 มาทดสอบเปรียบเทียบสมรรถนะด้วยเครื่องจักรกล

4 ยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวีได้รับฉลาก EU ระดับ B ในเรื่องประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเปียก

5 ยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวีขนาด 255/45 R19 ที่นำมาทดสอบ ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก [“ใกล้หมดดอกในที่นี้หมายถึงถูกทำให้สึกหรอด้วยเครื่องจักรจนลึกถึงสะพานยาง ตามระเบียบข้อบังคับของยุโรปเรื่องสะพานยาง (ECE R30r03f)] ล้วนมีคุณสมบัติเหนือกว่ามาตรฐานข้อกำหนดเรื่องประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเปียกตามระเบียบข้อบังคับของยุโรปที่ R117

6 โครงสร้าง MaxTouch Construction ช่วยเพิ่มหน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับพื้นผิวถนน ทั้งยังช่วยกระจายแรงกดให้สม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานยาวนานขึ้น ทั้งยังให้สมรรถนะดีดังเดิม

7 มิชลินได้ทำการศึกษาเรื่องแรงต้านทานการหมุนของล้อเมื่อเดือนตุลาคม 2563 โดยเปรียบเทียบระหว่างยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ (แรงต้านทานการหมุน 6.7 กิโลกรัม/ตัน) และยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4 เอสยูวี’ (แรงต้านทานการหมุน 8.8 กิโลกรัม/ตัน) ที่ขนาด 255/45 R19 เท่ากัน โดยใช้รถพลังงานไฟฟ้าที่มีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 2,151 กิโลกรัม ซึ่งจะวิ่งได้ระยะทาง 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง แรงต้านทานการหมุนของล้อที่ต่างกัน 2.1 กิโลกรัม/ตันส่งผลให้ระยะทางวิ่งของยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวีเพิ่มขึ้นอีกกว่า 60 กิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของระยะทางประเมินเบื้องต้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here